วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

เช็ครถง่ายๆใน 10 นาทีก่อนเดินทางไกล

 ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นเวลาที่หลายคนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกันอย่างล้นหลาม ซึ่งก่อให้เกิดทั้งปัญหารถติดขัด รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าปกติ เราจึงขอแนะนำวิธีเช็ครถง่ายๆภายใน 10 นาที เพื่อให้การเดินทางของคุณผู้อ่านราบรื่นที่สุดไงล่ะครับ



     หลายคนคงละเลยการเช็คสภาพรถกันมาเป็นระยะเวลานาน เพราะเข้าใจว่ารถตัวเองยังใหม่อยู่ หรือวางใจศูนย์บริการเนื่องจากนำรถเข้าเช็คระยะได้เพียงไม่นาน ดังนั้น ไม่ว่ารถของคุณจะเก่าหรือใหม่ นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ตรวจสอบรถยนต์คันโปรดด้วยตัวเอง สิ่งที่ควรเช็คมีดังนี้



     1. เช็คระดับของเหลวในห้องเครื่อง

     ของเหลวที่ต้องครวจเช็ค ได้แก่ น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ, น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์,  น้ำมันเบรก, น้ำกลั่นแบตเตอรี่, น้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำและถังพัก (ถ้ามี), น้ำฉีดกระจกรถยนต์ ฯลฯ

     ทุกอย่างที่กล่าวมานี้ควรอยู่ในระดับปกติ ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป หากน้ำมันจุดไหนมีลักษณะเป็นสีดำกว่าปกติอันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพ ควรรีบเปลี่ยนก่อนการเดินทางไกล เนื่องจากรถที่ขับเป็นระยะทางไกลๆ จำเป็นต้องใช้รอบเครื่องยนต์สูงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประสิทธิภาพน้ำมันที่ดีจะช่วยลดการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆได้



     2. เช็คลมและสภาพยางรถยนต์

     ควรตรวจสอบลมยางทุกเส้นไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป รวมถึงสภาพดอกยางไม่ควรลึกน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และต้องไม่มีรอยฉีก บวม แต่อย่างใด ทางที่ดีควรตรวจสอบสภาพแก้มยางด้านในด้วย รวมถึงยางอะไหล่ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน



     3. เช็คระบบกันสะเทือน

     สามารถเช็คได้ง่ายๆด้วยการใช้น้ำหนักตัวขย่มลงไปบริเวณตัวถังรถ 1 ครั้ง โดยทำทั้ง 4 ล้อ หากโช็คอัพยังอยู่ในสภาพดี รถจะเด้งกลับขึ้นมาแล้วหยุดทันที (หากลองฟังเสียงจะมีเสียง 'ฟื้ด' เบาๆตามจังหวะการเด้งของตัวรถด้วย) แต่หากโช็คอัพเสื่อมสภาพ ตัวรถจะเกิดอาการกระเด้งต่อเนื่องหลายครั้งจนกว่าจะหยุด ทางดีที่ควรรีบเปลี่ยนโช็คอัพเสียก่อน เนื่องจากมีผลต่อประสิทธิภาพการเกาะถนนโดยตรง





     4. เช็คอุปกรณ์ส่องสว่าง

     เช็คอุปกรณ์ส่องสว่างทั้งภายนอก-ภายในทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า, ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว, ไฟเบรก รวมถึงไฟเบรคดวงที่ 3 ซึ่งหลายรุ่นถูกติดตั้งไว้ภายในรถ หากหลอดใดขาดควรรีบเปลี่ยนโดยทันที



     5. เช็คเสียงผิดปกติ

     ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์ไม่มีเสียงผิดปกติ ทั้งขณะเปิดแอร์ และเร่งเครื่อง ซึ่งเสียงที่พบบ่อยมักเป็นเสียงของสายพานที่เกิดการเสื่อมสภาพ จนมีเสียงดังเอี๊ยดจากห้องเครื่องในขณะเร่งเครื่อง รวมถึงต้องไม่มีเสียงดังเอี๊ยดจากเบรก ซึ่งมักบ่งบอกว่าผ้าเบรคใกล้หมดแล้ว หากมีเสียงผิดปกติเหล่านี้ควรรีบแก้ไขเสียก่อน



     6. เช็ควันหมดอายุพรบ.และประกันภัย

     ควรตรวจสอบวันหมดอายุของพรบ.และประกันภัยให้ดีเสียก่อนออกเดินทาง และควรทำความเข้าใจเงื่อนไขของประกันภัยที่ซื้อไว้ให้ดี โดยเฉพาะประเภท 2 พลัส และ 3 พลัสทั้งหลาย





     7. เช็คอุปกรณ์จำเป็นติดรถ

     หากเกิดเหตุฉุกเฉินยามอยู่ต่างถิ่นที่ไม่คุ้นเคย การพึ่งตัวเองให้ได้ก่อนถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นจึงควรหาอุปกรณ์ติดรถเผื่อไว้สำหรับยามฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น สายลากจูง, สายพ่วงแบตเตอรี่, น้ำสะอาด (เผื่อกรณีต้องเติมหม้อน้ำ), ป้ายเตือนสะท้อนแสง รวมถึงไฟฉายเล็กๆติดรถไว้ เป็นต้น



     8. เตรียมความพร้อมของผู้ขับ

     สิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากสภาพรถที่สมบูรณ์ ก็คือความพร้อมของผู้ขับขี่นั่นเอง ทางที่ดีควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง อาจเตรียมน้ำ ขนม ลูกอม ไว้ทานเล่นๆระหว่างทาง หากรู้สึกง่วงก็ควรเปลี่ยนคนขับ หรือแวะปั๊มล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย



     สุดท้ายนี้ ทีมงาน Sanook!Auto ก็ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านเดินทางถึงจุดหมายด้วยสวัสดิภาพ ปลอดภัยทุกท่านครับ