วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

กรมขนส่งประกาศ เพิ่มเวลาการอบรมใบขับขี่จาก 4 ชั่วโมงเป็น 15 ชั่วโมง

กรมขนส่งประกาศ เพิ่มเวลาการอบรมใบขับขี่จาก 4 ชั่วโมงเป็น 15 ชั่วโมง



กรมการขนส่งทางบกประกาศเตรียมเพิ่มความเข้มของหลักสูตรอบรมภาคทฤษฎีสำหรับผู้ขอรับใบขับขี่ใหม่ เพิ่มระยะเวลาอบรมจากเดิม 4 ชั่วโมง มาเป็น 15 ชั่วโมง

กรมการขนส่งทางบก เดินหน้า!! พัฒนามาตรฐานหลักสูตรอบรมและทดสอบใบอนุญาตขับรถใหม่ ยกระดับความเข้มข้น!!

นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนามาตรฐานเนื้อหาวิชาการอบรมและทดสอบใบอนุญาตขับรถ และแนวปฏิบัติที่จะสามารถลดสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวคิดจะยกระดับการออกใบอนุญาตขับรถให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงการกากับดูแลพฤติกรรมหลังได้รับใบอนุญาตขับรถไปแล้ว สาหรับแนวคิดยกระดับความเข้มข้นในการออกใบอนุญาตขับรถเพื่อให้มีความรู้ความสามารถทั้งทางภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมทั้งมีสมรรถภาพร่างกายและจิตใจครบถ้วนตามหลักสากลก่อนเข้าทดสอบนั้น ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาและจัดทาเนื้อหาวิชาหลักสูตรการอบรมภาคทฤษฎีสาหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถรายใหม่ เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายจราจรและการขับรถที่ปลอดภัย จำนวน 15 หัวข้อ จะใช้เวลาในการอบรม 15 ชั่วโมง ซึ่งต้องจัดสรรเนื้อหาให้มีความเหมาะสมและเพียงพอที่จะสร้างองค์ความรู้และสามารถปลูกฝังให้เกิดวินัยการขับขี่อย่างปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ความสาคัญและประโยชน์ของการมีใบอนุญาตขับรถและการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ , กฎหมาย/ข้อห้าม , พ.ร.บ.จราจร(ป้ายต่างๆ)/พ.ร.บ.ขนส่งทางถนน , คาเตือน/มารยาทในการขับรถ , ข้อแนะนากับมารยาทในการใช้ทาง , คุณสมบัติของผู้ขับรถที่ดี โรค ภาวะ ข้อจากัดด้านร่างกายมนุษย์กับการจราจร , ประสาทการรับรู้ , สมรรถภาพของรถ/ถนน/สิ่งแวดล้อม , การรับรู้และแก้ไขข้อผิดพลาด , พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน , ข้อผิดพลาดตามกฎหมายจราจรและการใช้ทาง , สุขภาพที่มีผลต่อการขับรถ , ข้อจากัดของใบอนุญาตขับรถ , การมีใบอนุญาตขับรถ และการถือครองใบอนุญาต รวมถึงจัดทาเนื้อหาอบรมสาหรับผู้ขอต่อใบอนุญาตขับรถ และจัดทาเนื้อหาอบรมเพื่อฟื้นฟูพฤติกรรมสาหรับผู้ขับรถที่กระทาผิดบ่อยครั้งด้วย หากการจัดทาหลักสูตรดังกล่าวได้ข้อสรุปเป็นที่แน่นอนแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเรียนรู้หรือเข้ารับการอบรมผ่านช่องทางอื่นๆ ที่เหมาะสม โดยอาจไม่จาเป็นต้องเข้ารับอบรมกับกรมการขนส่งทางบกเพียงแห่งเดียว

นายธีระพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาหรับปัจจุบันแนวทางปฏิบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยังคงดาเนินการอบรมตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกาหนด โดยผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ผ่านอบรมหลักสูตรจานวน 4 ชั่วโมง ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องจานวน 2 ชั่วโมง การขับรถอย่างปลอดภัยจานวน 1 ชั่วโมง และมารยาทในการขับรถจานวน 1 ชั่วโมง ทดสอบข้อเขียนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) 50 ข้อ เกณฑ์ผ่าน 45 ข้อ และการทดสอบขับรถในสนามสอบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก รวมระยะเวลาการดาเนินการทั้งสิ้นประมาณ 2 วันทาการ ซึ่งส่วนราชการในสังกัดกรมการขนส่งทางบกทุกแห่งได้ถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้ารับการอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรองซึ่งมีกว่า 50 แห่ง หรืออบรมกับสถาบันการศึกษาที่ทา MOU ร่วมกับกรมการขนส่งทางบกจานวน 44 แห่ง ซึ่งประชาชนสามารถนาใบรับรองการผ่านการอบรมมาเป็นหลักฐานเพื่อทดสอบขับรถภาคปฏิบัติและได้รับใบอนุญาตขับรถภายใน 1 วัน ทั้งนี้ การออกใบอนุญาตขับรถให้แก่ประชาชน กรมการขนส่งทางบกดาเนินการอยู่บนพื้นฐานแนวคิดที่ต้องการผลิตนักขับขี่ที่มีคุณภาพและใส่ใจความปลอดภัยของทั้งตัวเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นจากตัวผู้ขับขี่เองเป็นสาคัญ การเพิ่มความเข้มข้นของหลักสูตรหรือเพิ่มเกณฑ์แบบทดสอบจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อการปลูกฝังจิตสานึกเท่านั้น ส่วนสาคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ

เฉลยข้อสอบทำใบขับขี่ 50 ข้อ ปี 2558

เฉลยข้อสอบทำใบขับขี่ 50 ข้อ ปี 2558 พร้อมเฉลย

http://www.thaitestonline.com

#####เฉลยของข้อสอบคือข้อที่เป็นตัวหนา#####

1. การปฏิบัติในข้อใดถูกต้องตามหลักมารยาทในการขับรถ 
ก. ขับรถด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนช่องจราจรบ่อย
ข. ขับรถตามหลังรถคันหน้าในระยะกระชั้นชิดเพื่อให้หลบทางให้
ค. ใช้สัญญาณแตรไล่คนข้ามถนน
ง. ให้สัญญาณไฟทุกครั้งที่เปลี่ยนช่องจราจร
2. หากมีผู้ขับรถกำลังกลับรถเข้ามาในช่องทางที่ท่านขับรถอยู่ ท่านจะตัดสินใจทำอย่างไร 
ก. มีใจกรุณาโอบอ้อมอารีให้ทางแก่ผู้กลับรถ
ข. หงุดหงิด บีบแตรไล่ แต่หยุดรถให้
ค. เร่งความเร็วเพื่อขอทางไม่ให้กลับรถ
ง. หลบรถโดยแซงไปอีกช่องทางหนึ่ง
3. ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าเท่าไร 
ก. ในระยะที่จะสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น
ข. ไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ค. ไม่น้อยกว่า 1 เมตร
ง. ไม่น้อยกว่า 3 เมตร
4. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร ?


ก. ทางข้างหน้าห้ามกลับรถ
ข. ทางข้างหน้าจะมีทางโค้งซ้าย
ค. ทางข้างหน้ามีที่กลับรถด้านขวา
ง. ทางข้างหน้าจะมีที่สิ้นสุดทางคู่
5. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. ให้รถยนต์ขับรถทางเดียวด้านซ้าย
ข. ให้รถทุกชนิดเดินวนด้านขวาของวงเวียน
ค. ให้ขับรถแทรกหรือตัดหน้ารถคันอื่นในวงเวียนได้
ง. ผู้ขับขี่รถทุกชนิดต้องขับรถวนทางซ้ายของวงเวียนและหยุดรอให้รถที่แล่นอยู่ในทางรอบบริเวณวงเวียน ผ่านไปก่อน
6. หากพบรถฉุกเฉินเปิดสัญญาณเสียงไซเรนกำลังวิ่งตามหลัผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร 
ก. เปิดไฟฉุกเฉินและเร่งความเร็วทันที
ข. เปลี่ยนช่องจราจรไปทางด้านขวาทันที
ค. เปลี่ยนช่องจราจรไปทางด้านซ้ายทันทีเมื่อปลอดภัย
ง. เปิดไฟเลี้ยวขวาและขับรถต่อไป
7. ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วราวต้องมีอายุกี่ปี 
ก. ไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์
ข. ไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์
ค. ไม่ต่ำกว่า 17 ปี บริบูรณ์
ง. ไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์
8.  เครื่องหมายหมายความว่าอย่างไร 
ก. ห้ามขับรถด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กม.ต่อชั่วโมง
ข. 30 เมตรข้างหน้ามีแยก
ค. ห้ามขับรถความเร็วเกินกว่า 30 กม.ต่อชั่วโมง
ง. ห้ามรถที่มีน้ำหนักเกินกว่า 30 ตัน
9. สมมติว่าในขณะที่ท่านรอข้ามถนนได้เห็นเหตุการณ์รถตู้ส่งของมีคนนั่ง 2 คนถูกรถเก๋งชนท้ายด้านขวา ทำให้รถตู้หมุน 3 รอบ คนขับรถตู้กระเด็นออกจากตัวรถ ศีรษะฟาดพื้นถนนเสียชิวิตถามว่า เพราะเหตุใดคนขับรถตู้จึงกระเด็นออกจากตัวรถ 
ก. รถตู้ถูกชนอย่างแรงจนหมุนเหวี่ยงคนขับให้กระเด็นออกจากตัวรถ
ข. รถเก๋งชนท้ายรถตู้ในมุมเฉียง ๆ ด้านขวา จึงทำให้รถตู้หมุนอย่างแรง
ค. คนขับรถเก๋งคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนคนขับรถตู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย
ง. คนขับรถเก๋งขับรถด้วยความเร็วสูง ส่วนรถตู้ขับช้า ๆ จึงถูกชนอย่างแรง
10. เบรกมือไม่ควรใช้ในสถานการณ์ใด 
ก. ใช้หยุดรถบนทางลาดชัน
ข. ใช้เมื่อหยุดรถขณะติดไฟแดง
ค. ใช้จอดรถบนทางลาดชัน
ง. ใช้เมื่อขับรถลงทางลาดชัน
11. รูปใดแสดงการกลับรถที่ถูกต้อง.


ก. รูป 1.
ข. รูป 2.
ค. รูป 3.
ง. รูป 1. และ รูป 3.
12. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร


ก. ขับรถด้วยความเร็วปกติ แต่ให้ระวังรถไฟกำลังผ่าน
ข. ขับรถให้ช้าลง และสังเกตดูรถไฟทั้งทางขวาและทางซ้าย ถ้ามีรถไฟกำลังจะผ่าน ควรหยุดรถห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร
ค. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพราะมีรถไฟกำลังผ่าน
ง. ขับรถได้อย่างรวดเร็วเพราะไม่มีสิ่งกีดขวาง
13. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ 
ก. รถของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต
ข. รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู
ค. รถของวัด
ง. รถของมูลนิธิสายใจไทย
14. เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร


ก. ช่องเดินรถจักรยานยนต์
ข. ช่องเดินรถมวลชน
ค. ช่องเดินรถจักรยาน
ง. เฉพาะคนเดิน
15. สัญญาณนกหวีดข้อใดถูกต้อง 
ก. เสียงนกหวีดยาว 1 ครั้ง ให้ผู้ขับขี่หยุดรถ
ข. เสียงนกหวีดสั้น 2 ครั้ง ติดกัน ให้ผู้ขับขี่หยุดรถทันที
ค. เสียงนกหวีดยาว 1 ครั้ง ให้ผู้ขับขี่ขับผ่านไปได้
ง. เสียงนกหวีดยาว 2 ครั้ง ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็ว
16. เครื่องหมายนี้  หมายความว่าอย่างไร 
ก. ทางข้างหน้าเป็นทางเบี่ยง
ข. ทางข้างหน้าแคบ
ค. ทางข้างหน้าช่องการจราจรลดลง
ง. ทางข้างหน้าเป็นสะพาน
17. เมื่อท่านจะขับรถออกจากปากซอย ดังรูป เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ที่ท่านเป็นฝ่ายถูก


ก. ท่านเลี้ยวซ้ายทันที
ข. ท่านเลี้ยวขวาทันที
ค. ท่านขับตามช่องทางเดินรถไป 1 ช่องแล้วเลี้ยวขวา
ง. ท่านขับรถถึงปากซอยแล้วหยุดทันที
18. ในการข้ามทางรถไฟรางคู่ที่ไม่มีเครื่องกั้นเมื่อรถไฟผ่านไปแล้วผู้ขับรถควรระวังสิ่งใดต่อไปนี้ 
ก. รถที่จะข้ามมาจากฝั่งตรงข้าม
ข. รถไฟที่อาจจะสวนทางมาอีกทางหนึ่ง
ค. คนที่จะเดินข้ามทางรถไฟ
ง. รถที่หยุดรอด้านหลัง
19. การขับขี่ในบริเวณชุมชนที่ถูกต้อง.ควรปฏิบัติอย่างไร 
ก. ขับด้วยความเร็วสูง
ข. ขับด้วยความเร็วปกติ
ค. ขับด้วยความเร็วปกติ แต่ชะลอความเร็วเมื่อพบป้ายเตือน
ง. ขับด้วยความเร็วที่ต่ำ
20. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร


ก. ให้ขับรถด้วยความเร็ว เพื่อเข้าโค้งจะได้ไม่เสียการทรงตัว
ข. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทางซ้าย
ค. ให้ขับรถช้าลง และให้ขับรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
ง. ขับรถให้ช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งรัศมีแคบไปทางขวา
21. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?


ก. ขับรถภายในช่องจราจร ห้ามแซง.ห้ามขับรถผ่านหรือคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด
ข. ขับรถให้ช้าลง.ให้เลี้ยวขวา
ค. ขับรถไปทางด้านขวา ให้เลี้ยวซ้าย
ง. เพิ่มความระมัดระวัง.ห้ามเลี้ยวซ้าย
22. ในขณะที่กำลังขับรถ ถ้าฝากระโปรงหน้ารถเปิด ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร 
ก. ลดความเร็วแล้วจอดข้างทาง.เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ข. หักเลี้ยวรถเข้าข้างทางทันที เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ค. เบรกกะทันหัน
ง. เหยียบคันเร่งให้มิดเพื่อฝากระโปรงจะได้กระแทกปิด
23. ข้อใดเป็นข้อห้ามของผู้ขับรถ 
ก. ขับรถในขณะมึนเมาสุราหรือของมึนเมา
ข. ขับรถในลักษณะที่ไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลังพอแก่ความปลอดภัย
ค. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น
ง. ถูกทุกข้อ
24. ข้อใดเปิดไฟฉุกเฉินได้ถูกต้อง 
ก. รถเสียหรือรถเกิดอุบัติเหตุ
ข. เปิดได้ตลอดเวลา
ค. มีหมอก
ง. ผ่านทางแยก
25. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร


ก. ให้ขับรถตรงไปอย่างเดียว
ข. ขับรถไปทางซ้ายได้อย่างเดียว
ค. ห้ามขับรถไปทางขวา
ง. ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านขวาของป้าย
26. สาเหตุใดต่อไปนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการชนท้าย 
ก. คนข้ามถนนตัดหน้า
ข. สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน
ค. ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป
ง. การหยุดรถทุกๆ แยก.
27. มารยาทในการขับขี่ที่ผู้ขับรถควรกระทำคือข้อใด 
ก. ถ่มน้ำลายหรือเสมหะลงบนถนน
ข. สูบบุหรี่และเขี่ยทิ้งก้นบุหรี่ลงบนถนน
ค. หยุดรถให้คนข้ามถนนบริเวณทางม้าลาย
ง. ตะโกนด่าผู้ขับขี่คันอื่นที่ทำให้ไม่พอใจ
28. การเปิดไฟสูงในสถานการณ์ใดถูกต้อง 
ก. เปิดไฟสูงขณะที่ไม่มีรถสวนทาง
ข. เปิดไฟสูงขณะฝนตกหนัก
ค. เปิดไฟสูงเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ
ง. เปิดไฟสูงเมื่อขับรถตามหลังคันหน้า
29. ผู้ขับรถควรทำอย่างไรให้แซงรถได้อย่างปลอดภัยและไม่เสียมารยาท 
ก. บีบแตรให้สัญญาณก่อนแซง.เร่งความเร็วแซงซ้ายหรือขวาขึ้นไปตลอดเส้นทางที่รถวิ่ง
ข. ให้สัญญาณไฟก่อนแซงเร่งความเร็วแซงขึ้นไปแซงแล้วรีบหักกลับเข้าช่องทางเดิมในระยะกระชั้นชิดลดความเร็วลงให้เท่ากับรถที่แซงขึ้นไป
ค. บีบแตรให้สัญญาณก่อนแซงเร่งความเร็วแซงขึ้นไปแซงแล้ววิ่งรถคู่ขนานไปกับรถที่แซงขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง
ง. ให้สัญญาณไฟก่อนแซง.เร่งความเร็วแซงขึ้นไป เว้นระยะห่างก่อนให้สัญญาณไฟขอกลับเข้าช่องจราจรเดิม เร่งความเร็วรถให้เหมาะสมกับรถที่อยู่ด้านหน้า
30. จากรูป ในขณะสัญญาณไฟเขียว หากท่านต้องการจะขับตรงไป แต่ท่านได้ยินสัญญาณรถพยาบาลมาทางขวามือของท่าน ท่านควร


ก. หยุดรอรถพยาบาลไปก่อน
ข. รีบๆ ขับผ่านไปจะได้ไม่ขวางทางรถพยาบาล
ค. ใช้สัญญาณแตรเพื่อเตือนรถพยาบาลให้รู้ว่าท่านจะไปก่อน
ง. ขับผ่านไปตามปกติ
31.  เครื่องหมายหมายความว่าอย่างไร 
ก. ให้ผ่านได้เฉพาะรถยนต์เท่านั้น
ข. ห้ามรถทุกชนิดเข้าไปในทางข้างหน้า
ค. ห้ามรถยนต์เข้าไปในทางข้างหน้า
ง. ที่จอดรถเฉพาะรถยนต์เท่านั้น
32. ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องเมื่อรถของท่านจอดเสียกลางถนนหลวง. 
ก. ตั้งสัญลักษณ์แสดงว่ามีรถจอดเสียในระยะ 150 เมตร
ข. เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินพร้อมไฟหน้ารถ
ค. ยืนโบกด้านท้ายรถเพื่อส่งสัญญาณกันรถชนท้ายรถเรา
ง. เปิดฝากระโปรงด้านหน้าและท้ายรถ เพื่อส่งสัญญาณ
33. คุณสมบัติของน้ำมันเบรกคือข้อใด 
ก. ของเหลวที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดกำลังจากแป้นเบรก
ข. น้ำมันหล่อลื่นที่มีจุดเดือดต่ำ
ค. สารเคมีที่ใช้ไล่ความชื้น
ง. น้ำมันหล่อลื่นที่ระเหยได้ง่าย
34. ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นขณะที่มีหมอก.ฝุ่น ฝน หรือควัน จนไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ เท่าใด 
ก. 60 เมตร
ข. 90 เมตร
ค. 70 เมตร
ง. 80 เมตร
35. ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุมีความผิดอย่างไร 
ก. ปรับไม่เกินห้าพันบาท
ข. จำคุกไม่เกินสามเดือน
ค. ปรับไม่เกินสองพันบาท
ง. จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
36. สมมติว่าในขณะที่ท่านรอข้ามถนนได้เห็นเหตุการณ์รถตู้ส่งของมีคนนั่ง 2 คนถูกรถเก๋งชนท้ายด้านขวา ทำให้รถตู้หมุน 3 รอบ คนขับรถตู้กระเด็นออกจากตัวรถ ศีรษะฟาดพื้นถนนเสียชิวิตถามว่า เพราะเหตุใดคนขับรถตู้จึงกระเด็นออกจากตัวรถ 
ก. รถตู้ถูกชนอย่างแรงจนหมุนเหวี่ยงคนขับให้กระเด็นออกจากตัวรถ
ข. รถเก๋งชนท้ายรถตู้ในมุมเฉียง ๆ ด้านขวา จึงทำให้รถตู้หมุนอย่างแรง
ค. คนขับรถเก๋งคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนคนขับรถตู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย
ง. คนขับรถเก๋งขับรถด้วยความเร็วสูง ส่วนรถตู้ขับช้า ๆ จึงถูกชนอย่างแรง
37. ผู้ขับขี่ต้องการจะเลี้ยวซ้ายต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายก่อนถึงทางเลี้ยวกี่เมตร 
ก. ไม่น้อยกว่า 15 เมตร
ข. ไม่น้อยกว่า 20 เมตร
ค. ไม่น้อยกว่า 25 เมตร
ง. ไม่น้อยกว่า 30 เมตร
38. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน 
ก. รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด
ข. รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ค. รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ง. ทุกข้อถูกต้อง
39. ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร 
ก. ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
ข. อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
ค. มีประสบการณ์ในการขับรถมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
ง. ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์และใบอนุญาตขับรถยนต์
40. ท่านควรทำอย่างไรเมื่อผู้ขับรถคันอื่นเปิดทางให้ท่านไปก่อนหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรด้วย 
ก. เร่งรถออกไปโดยตัดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไปด้วย
ข. ก้มหัวหรือยกมือขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรในลักษณะเร่งร้อน
ค. ก้มหัวขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรที่ขอเข้าร่วมด้วยความระมัดระวัง
ง. ขับรถออกไปหรือเข้าร่วมช่องจราจรแบบช้าๆ และพยายามเบียดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไป
41. ข้อใดต่อไปนี้ปฏิบัติได้ถูกต้องสำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืน 
ก. เปิดไฟสูงตลอดเวลาขณะขับขี่
ข. ขับให้ช้ากว่าปกติหรือไม่เร็วกว่าสายตาที่มองเห็น
ค. ขับให้เร็วได้ตามปกติ
ง. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลาขณะขับขี่
42. เมื่อท่านขับรถเข้าใกล้รถที่จอดอยู่ข้างทาง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด 
ก. เร่งความเร็วผ่านไปทันที
ข. เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เตรียมพร้อมที่จะหยุดเสมอ
ค. ให้สัญญาณไฟสูงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
ง. ขับต่อไปโดยไม่ต้องระวังสิ่งใด
43. จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวาที่ทางแยกรูปตัว T ท่านจะต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. ให้ทั้งรถทางขวาและซ้ายไปก่อน
ข. ให้รถทางขวาไปก่อน
ค. ให้รถทางซ้ายไปก่อน
ง. เลี้ยวขวาได้ทันที
44. การจับพวงมาลัยนิ้วมือควรอยู่ในลักษณะใด 
ก. นิ้วมือทั้งห้า จับพวงมาลัยให้กระชับ สามารถหมุนได้คล่องตัว
ข. นิ้วมือทั้งห้า กำพวงมาลัยให้แน่นที่สุด
ค. นิ้วมือทั้งห้าแตะที่พวงมาลัย สามารถหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว
ง. ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับพวงมาลัยเพียงสองนิ้ว
45. จากรูป หากท่านต้องการขับตรงไป ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร


ก. บีบแตรเพื่อให้รถคันหน้าเร่งความเร็ว
ข. ขับต่อไปด้วยความเร็วเท่าเดิม
ค. ลดความเร็วลง.และให้ทางแก่รถที่เลี้ยวออกมา
ง. เปิดไฟฉุกเฉินและขับผ่านไปด้วยความรวดเร็ว
46. ข้อใดคือความหมายที่ถูกต้องของจุดบอด 
ก. บริเวณด้านหลังของรถที่กระจกมองหลังจับภาพไม่ได้
ข. บริเวณที่คนขับไม่สามารถมองเห็นได้ชัดในขณะขับรถ
ค. บริเวณด้านหน้าของรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้
ง. บริเวณด้านซ้ายของรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้
47. การกระทำใดของผู้ขับรถซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไร้มารยาทและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ 
ก. ขับรถตามรถด้านหน้าโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสม
ข. ขับรถจี้ท้ายรถด้านหน้าที่ขับช้า พร้อมกับบีบแตรไล่
ค. บีบแตรเตือนรถที่กำลังถอยหลังมาชนรถของท่านซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่
ง. เปิดไฟตัดหมอกเมื่อฝนตกหนัก
48. รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบสามปี จะมีผลตามกฎหมายอย่างใด 
ก. ทะเบียนระงับ
ข. สามารถนำรถไปตรวจสภาพและต่อภาษีประจำปีได้
ค. สามารถกระทำได้ตามข้อ 1 และ 2
ง. สามารถนำรถไปแจ้งไม่ใช้ตลอดไปและจดทะเบียนใหม่ได้
49. เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่หลบหนีจะมีผลอย่างไร 
ก. ไม่มีผล เพราะไม่ใช่ฝ่ายผิด
ข. ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิด
ค. มีผลให้เป็นฝ่ายถูก
ง. จะได้รับการกันไว้เป็นพยาน
50. เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย  ควรปฏิบัติอย่างไร 
ก. หยุดและรอให้รถที่สวนทางแล่นผ่านมาก่อน
ข. ขับรถผ่านไปได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง
ค. ให้ลดความเร็วของรถลงและระวังรถสวนมา
ง. ห้ามขับรถเข้าไปในทางข้างหน้า

เฉลยข้อสอบทำใบขับขี่ 50 ข้อ ปี 2559 พร้อมเฉลย

เฉลยข้อสอบทำใบขับขี่ 50 ข้อ ปี 2559 พร้อมเฉลย

http://www.thaitestonline.com
#####เฉลยของข้อสอบคือข้อที่เป็นตัวหนา#####
1. สัญญาณนกหวีดข้อใดถูกต้อง


ก. เสียงนกหวีดยาว 1 ครั้ง ให้ผู้ขับขี่หยุดรถ
ข. เสียงนกหวีดสั้น 2 ครั้ง ติดกัน ให้ผู้ขับขี่หยุดรถทันที
ค. เสียงนกหวีดยาว 1 ครั้ง ให้ผู้ขับขี่ขับผ่านไปได้
ง. เสียงนกหวีดยาว 2 ครั้ง ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็ว
2. เขตปลอดภัยมีไว้สำหรับ


ก. ให้รถหยุดรอก่อนจะข้ามทางต่อไป
ข. ให้คนเดินเท้าข้ามทางโดยไม่ต้องหยุดรอ
ค. ให้คนเดินเท้าที่จะข้ามทางหรือคนที่ลงรถหยุดรอก่อนจะข้ามต่อไป
ง. เขตที่ไว้สำหรับจอดรถได้อย่างปลอดภัย
3. บริเวณใดห้ามผู้ขับขี่หยุดรถ


ก. บนทางเท้า
ข. บนสะพาน
ค. ในอุโมงค์
ง. ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่ควรปฏิบัติเมื่ออยู่บนถนน


ก. ขับรถจี้ท้ายรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันรถอื่นวิ่งสวนทางเข้ามาชน
ข. ขับรถแล้วเจอแสงแดด ยกมือขึ้นมาป้องเพื่อป้องกันแสงเข้าตา
ค. ขับรถย้อนศรเพื่อประหยัดน้ำมัน
ง. ขับรถด้วยความเร็วไม่เกินที่กำหนด และแซงในกรณีที่จำเป็นต้องแซงเท่านั้น
5. ข้อใดถูกต้อง.


ก. มีสัญชาติไทย
ข. ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
ค. ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
ง. ถูกทุกข้อ
6. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ


ก. รถของสภากาชาดไทย
ข. รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู
ค. รถของวัด
ง. รถของมูลนิธ่สายใจไทย
7. รถในข้อใดที่สามารถนำมาใช้ในทางเดินรถได้


ก. รถที่มีเสียงดังกว่าเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด
ข. รถที่มีสิ่งลากถูไปบนทางเดินรถ
ค. รถที่มีล้อไม่ใช่ยาง
ง. รถที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังในระดับ 80 เดซิเบล
8. ข้อใด ไม่ใช่การขับรถอย่างปลอดภัยและประหยัดพลังงาน


ก. เร่งเครื่องก่อนออกรถ
ข. ไม่ควรติดเครื่องยนต์ระหว่างจอดรถคอย
ค. ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม
ง. ไม่บรรทุกของเกิดพิกัด
9. ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถจะต้องให้สัญญาณมืออย่างไร


ก. ให้สัญญาณมือด้วยมือซ้ายเท่านั้น
ข. ให้สัญญาณมือได้ทั้งมือซ้ายและมือขวา
ค. ไม่ต้องให้สัญญาณมือใด ๆ ทั้งสิ้น
ง. ให้สัญญาณมือด้วยมือขวาเท่านั้น
10. เครื่องหมายนี้  หมายความว่าอย่างไร


ก. ห้ามกลับรถ
ข. ห้ามกลับรถสวนทาง
ค. ให้ขับชิดทางด้านขวา
ง. ให้รถเดินทางเดียว
11. ผู้ขับขี่ที่ต้องการจะลดความเร็วของรถต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนอย่างไร


ก. ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง
ข. ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่ ยกแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบน และตั้งผ่ามือขึ้น
ค. ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่และงอมือชูขึ้นโบกไปทางซ้ายหลายครั้ง
ง. ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่
12. เครื่องหมายนี้  หมายความว่าอย่างไร


ก. ให้ขับรถผ่านไปในทางข้างหน้าได้ทันที
ข. ให้ขับรถไปทางด้านซ้าย
ค. ให้ลดความเร็วหรือหยุดรถ เพื่อให้รถในทางข้างหน้าขับผ่านไปก่อน
ง. ให้หยุดรถพื่อให้ทางแก่รถที่คันใหญ่กว่า
13. ถ้าเติมลมยางแข็งเกินไป จะมีผลกับยางอย่างไร


ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกหรอเร็วกว่าปกติ
ข. การขับขี่จะนุ่มนวลขึ้น
ค. ทำให้กินน้ำมันเชื้อเพลิง
ง. ดอกยางด้านข้างจะสึกเร็วกว่าปกติ
14. ผู้ขับขี่ควรใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อใด


ก. เมื่อรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ
ข. เมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก
ค. เมื่อจะกลับรถหรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ
ง. เมื่อมีหมอก.ฝน ฝุ่น ควัน ในทางเดินรถ
15. การบรรทุกสิ่งของยื่นเกินตัวรถยนต์ต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. ติดไฟสัญญาณสีแดงที่ของที่บรรทุกเกินตัวรถตอนกลางคืนหรือติดธงสีแดงตอนกลางวัน
ข. ไม่ต้องติดสัญญาณใดๆ เพราะรถที่ตามมาต้องระมัดระวังเอง
ค. ใช้ขวดน้ำผูกที่ส่วนที่บรรทุกเกินตัวรถนั้น
ง. ใช้ถุงพลาสติกผูกที่ส่วนที่บรรทุกเกินตัวรถนั้น
16. หลังจากขับรถลุยน้ำ ผ้าเบรกเปียกมีวิธีแก้ไขให้แห้งได้อย่างไร


ก. เหยียบเบรกแรงๆ
ข. ขับรถให้เร็วๆ
ค. ขับรถช้าๆ เหยียบเบรกเบาๆ แล้วปล่อยหลายๆ ครั้ง
ง. จอดรถเข้าเกียร์ว่างและเร่งเครื่องยนต์ไว้สัก. 10 นาที
17. ในทางเดินรถที่มีสัญญาณจราจรไฟเขียวเป็นรูปลูกศรอยู่เหนือช่องทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. ให้ขับรถในช่องทางเดินรถนั้นได้
ข. ห้ามขับรถในช่องทางเดินรถนั้น
ค. ห้ามเลี้ยว
ง. ห้ามขับรถในช่องทางเดินรถนั้นเนื่องจากเป็นช่องทางเดินรถประจำทาง
18. ท่านควรหมุนพวงมาลัยลักษณะใดในการเลี้ยงรถ


ก. ปั่นพวงมาลัยและตีกลับเอง
ข. ใช้วิธีคลึงไปคลึงมาบนพวงมาลัย
ค. ใช้ระบบดึง-ดัน
ง. หมุนระบบสอดสร้อยมาลา
19. เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ


ก. ด้านหลัง
ข. ด้านหน้าและด้านหลัง
ค. ด้านหน้า
ง. ด้านข้างและด้านหลัง
20. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง


ก. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา
ข. ไฟเบรกและไฟหน้า
ค. ไฟหน้าและไฟเลี้ยวซ้ายขวา
ง. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาและไฟหน้าสูงต่ำ-ไฟหรี่-ไฟเบรก-ไฟส่องป้ายทะเบียนรถ
21. รถประเภทใดสามารถเดินรถในช่องทางเดินรถประจำทางได้


ก. รถโดยสารประจำทาง
ข. รถบรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ของทางราชการ
ค. รถโรงเรียน
ง. ถูกทุกข้อ
22. เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร



ก. ห้ามเลี้ยวซ้าย
ข. ห้ามเลี้ยวขวา
ค. ให้เลี้ยวซ้าย
ง. ให้เลี้ยวขวา
23. ผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวรถต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. ชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร
ข. เปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยว 20 เมตร
ค. หยุดรถเพื่อเตรียมตัวเลี้ยว
ง. เร่งความเร็วก่อนเลี้ยว
24. รถที่ขับด้วยความเร็วต่ำต้องขับอยู่ในข้อใด


ก. ช่องกลาง
ข. ช่องซ้ายสุด
ค. ช่องขวาสุด
ง. ช่องใดก็ได้
25. เมื่อถึงที่คับขันผู้ขับรถต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. รีบขับผ่านไปโดยเร็ว
ข. ลดความเร็วของรถ ขับไปด้วยความระมัดระวัง
ค. เพิ่มความเร็วของรถ
ง. เพิ่มความเร็วของรถ และบีบแตรเสียงยาวเป็นระยะๆ
26. รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบสามปี จะมีผลตามกฎหมายอย่างใด


ก. ทะเบียนระงับ
ข. สามารถนำรถไปตรวจสภาพและต่อภาษีประจำปีได้
ค. สามารถกระทำได้ตามข้อ 1 และ 2
ง. สามารถนำรถไปแจ้งไม่ใช้ตลอดไปและจดทะเบียนใหม่ได้
27. สาเหตุใดที่ทำให้การเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด


ก. ขับรถชิดคันหน้า
ข. ขับรถแซงอย่างผิดกฎหมาย
ค. ขับรถตัดหน้าอย่ากระชั้นชิด
ง. ขับรถเร็วเกิดอัตราที่กำหนด
28. หากท่านจอดรถในทางเดินรถหรือบนไหล่ทางในเวลากลางคืน ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. เปิดไฟหรี่
ข. เปิดไฟเลี้ยวซ้าย
ค. เปิดไฟเลี้ยวขวา
ง. เปิดไฟต่ำ
29. ฝาปิดจุ๊บลมยางมีประโยชน์อย่างไร


ก. ป้องกันลมรั่วซึมและสิ่งสกปรกต่างๆ
ข. ป้องกันยางแตก
ค. ป้องกันการขโมยยาง
ง. ป้องกันไม่ให้ใครมาเติมลม
30. เมื่อท่านขับรถที่มุ่งหน้าเข้าหาหน้าผาของภูเขาสูงแสดงว่า



ก. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นตัดผ่านภูเขา
ข. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นจะต้องเป็นทางโค้งขวาหรือโค้งซ้าย
ค. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นอาจเป็นทางตันไม่สามารถขับผ่านไปได้
ง. "ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค."
31. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร



ก. ทางเอกตัดกันรูปตัววาย
ข. ทางเอกตัดกันรูปตัวที
ค. ทางเอกตัดทางโทรูปตัววาย
ง. ทางโทแยกทางเอกเยื้องกัน เริ่มซ้าย
32. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร



ก. ไม่ขับรถตรงไป
ข. ต้องขับรถตรงไปตามทิศทางที่ป้ายกำหนดเป็นทางเดินรถทางเดียวเท่านั้น
ค. ไม่ขับรถเข้าไป
ง. ให้ขับรถไปทางซ้าย
33. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?



ก. ขับรถภายในช่องจราจร ห้ามแซง.ห้ามขับรถผ่านหรือคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด
ข. ขับรถให้ช้าลง.ให้เลี้ยวขวา
ค. ขับรถไปทางด้านขวา ให้เลี้ยวซ้าย
ง. เพิ่มความระมัดระวัง.ห้ามเลี้ยวซ้าย
34. นอกเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ต้องขับรถด้วยความเร็วเท่าไร


ก. ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข. ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ค. ไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ง. ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
35. เมื่อต้องขับรถเข้าใกล้ทางรถไฟที่ไม่มีแผงกั้น ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง.



ก. ชะลอรถและควรเตรียมพร้อมที่จะหยุดรถตลอดเวลา
ข. เพิ่มความเร็วเพื่อให้ผ่านไปได้เร็ว
ค. บีบแตรเตือนเพื่อความปลอดภัย
ง. เปิดกระจกเพื่อฟังเสียงสัญญาณเตือนรถไฟ
36. ระดับของเหลวในข้อใดต่อไปนี้ หากอยู่ในระดับที่ต่ำจะมีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุ


ก. ระดับน้ำมันเบรก
ข. ระดับน้ำในแบตเตอรี่
ค. ระดับน้ำยาหล่อเย็น
ง. ระดับน้ำฉีดกระจก
37. จากรูป หากท่านพบเห็นสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีเหลือง.ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร



ก. เร่งความเร็วและขับผ่านไป
ข. บีบแตรและขับผ่านไป
ค. ค่อยๆ เหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อเตือนรถข้างหลังระวังและเตรียมหยุด
ง. เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถทันที
38. ชนิดใดที่ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายให้มากที่สุด


ก. รถยนต์รับจ้าง (แท๊กซี่)
ข. รถสามล้อรับจ้าง
ค. รถที่มีความเร็วช้าหรือต่ำกว่ารถคันอื่น
ง. ถูกทุกข้อ
39. เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร



ก. ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
ข. ให้เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
ค. ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย
ง. ให้เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย
40. เมื่อขับรถในช่องจราจรขวาสุด และมีรถด้านหลังขับขึ้นมาด้วยความเร็วสูง.ท่านควรทำอย่างไร


ก. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย และเปลี่ยนไปยังช่องจราจรด้านซ้าย เพื่อให้รถที่มีความเร็วสูงกว่ารถของท่านแซงขึ้นไปอย่างปลอดภัย
ข. เร่งความเร็วหนีรถด้านหลัง.พยายามขับทิ้งระยะให้ห่างจากรถคันหลัง
ค. ขับด้วยความเร็วเดิม เพื่อให้รถด้านหลังเปลี่ยนช่องจราจรไปทางซ้าย
ง. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย หักหลบไปยังช่องจราจรซ้าย เร่งความเร็วแข่งกับรถในช่องจราจรขวา
41. จากรูปเป็นการชนประสานงากันระหว่างรถคัน ก และ รถคัน ข ถามว่ารถ ก. หรือ รถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะอะไร



ก. รถ ก. ผิด เพราะแซงซ้ายบนทางโค้งส่วนรถ ข. ถูก เพราะช่องที่ขับมาเป็นไหล่ทางไม่ใช่
ข. รถ ก. ผิด เพราะขับรถย้อนศร ส่วนรถ ก. ถูกเพราะเป็นไหล่ทางช่องรถวิ่งสามารถขับได้
ค. รถ ก. เป็นฝ่ายถูก เพราะขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนรถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะขับรถชิดขอบทางด้านขวา
ง. รถ ก. ผิด เพราะแซงด้านซ้าย ส่วนรถ ข. ผิดเพราะขับรถย้อนศร
42. เมื่อฝนเริ่มตกหนักในขณะที่ท่านขับรถอยู่ในเขตที่จำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไร


ก. ขับด้วยความเร็วเท่าเดิม
ข. ชะลอความเร็วลง.
ค. ขับรถเข้าข้างทางและรอจนกว่าฝนจะหยุดตก.
ง. เร่งความเร็ว
43. เครื่องหมายนี้  หมายความว่าอย่างไร


ก. ทางโค้งรัศมีแคบเลี้ยวขวา
ข. ห้ามเลี้ยวซ้าย
ค. ห้ามเลี้ยวขวา
ง. ให้เลี้ยวซ้าย
44. การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกกรณีใดถูกต้อง


ก. ขับผ่านไปได้โดยทันที
ข. กรณีในทางร่วมทางแยกมีรถอื่นหยุดขวางอยู่จนไม่สามารถขับรถผ่านไปได้ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถที่หลังเส้นให้รถหยุดและรอจนกว่าจะสามารถเคลื่อนรถผ่านทางร่วมแยกไปได้
ค. ถ้ามีรถถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกับผู้ขับขี่ต้องยอมให้รถที่อยู่ทางขวามือของถนนขับผ่านไปก่อน
ง. ถูกทุกข้อ
45. เครื่องหมายนี้  หมายความว่าอย่างไร


ก. ห้ามจอดรถ เว้นแต่หยุดรับ-ส่งคนหรือสิ่งของชั่วขณะ
ข. จอดรถทิ้งไว้เพื่อรอรับคนได้
ค. ทางเดินรถประจำทาง
ง. ที่จอดรถประจำทาง
46. เมื่อผู้ขับขี่ขับรถเสียหลักบนถนนเปียกลื่น ควรปฏิบัติอย่างไร


ก. เหยียบเบรกทันที แล้วค่อยๆออกตัวเร่งความเร็วใหม่
ข. ถอนคันเร่ง.เหยียบเบรกเพื่อใช้เกียร์ต่ำ
ค. ถอนคันเร่ง.จับพวงมาลัยให้มั่นประคองรถต่อไป
ง. ตั้งสติให้มั่น จับพวงมาลัยให้ดี เร่งความเร็วหนีให้พ้นไป
47. รถในข้อใด ห้ามนำมาใช้ในทาง


ก. รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง
ข. รถที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการกำหนด
ค. รถที่จดทะเบียนและเสียภาษีแล้ว
ง. รถที่อุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วน
48. รถของท่าน (คัน ข.) ชนกับรถของคัน ก. ตรงบริเวณที่ท่านกำลังเลี้ยวขวาเข้าซอย ดังรูป



ก. ท่านเป็นฝ่ายผิด เพราะขับล้ำเข้าในช่องทางรถสวน
ข. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด เพราะไม่ยอมให้รถเลี้ยวเข้าซอยไปก่อน
ค. ท่านเป็นฝ่ายผิด เพราะไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวขวา
ง. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด เพราะไม่ลดความเร็วของรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก
49. ประสงค์จดทะเบียนรถต้องยื่นคำขอที่ใด


ก. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง
ข. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา
ค. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก
ง. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามสถานที่ตั้งที่จำหน่ายรถนั้น ๆ
50. ข้อใดใช้ไฟสูงไฟต่ำถูกต้อง


ก. ใช้ไฟสูงเมื่อมีรถสวนมา
ข. ใช้ไฟสูงเมื่อไม่มีรถสวนมา
ค. ใช้ไฟสูงเฉพาะตอนกลางคืน
ง. ใช้ไฟสูงเฉพาะตองกลางวัน