แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แนวข้อสอบพร้อมเฉลยใบขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ปี 2558

ในการสอบใบขับขี่ครั้งล่าสุด มีการสุ่มข้อสอบเก่าและใหม่กว่า 1,000 ข้อ  และทำการสุ่มมาเพียง 50 ข้อ ท่านจะต้องทำข้อสอบให้ได้อย่างน้อย 45 ข้อ หรือ 90% ขึ้นไป ซึ่งที่นั่งสอบแต่ละเครื่องจะได้ข้อสอบไม่เหมือนกัน พร้อมแล้วลุยกันเลยครับ 



#####เฉลยของข้อสอบคือข้อที่เป็นตัวหนา##### เพื่อให้ง่ายเเก่การศึกษา ผมได้รวบรวมลิ้งค์เเต่ละหมวด ไว้ข้างล่างนี้ คลิ๊กที่ ลิ๊งค์ เพื่อเข้าศึกษา

1 ) ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post.html

2 ) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_3.html

3 ) ข้อสอบใบขับขี่จริง.หมวด เครื่องหมายพื้นทาง 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_64.html

4) ข้อสอบใบขับขี่จริง.หมวด ป้ายบังคับ 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_70.html

5) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด ป้ายเตือน 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_4.html

6) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด ป้ายแนะนำ 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_46.html

7) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด มารยาทและจิตสำนึก 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_40.html

8) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_63.html

9) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด การบำรุงรักษารถ 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_72.html

10.ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด รูปภาพจราจร 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_81.html

11. ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด การรับรู้สัญาณอันตราย 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_71.html

12 ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด กฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายอาญา 
http://test-driving-license.blogspot.com/2015/11/blog-post_90.html

#####หรือจะทดลองสอบแบบออนไลน์โดยคลิกที่ลิงก์ด้านล่าง##### 
ข้อสอบออนไลน์ แบบทดสอบออนไลน์ จัดทำจากคลังข้อสอบด้านบนจำนวน 802 ข้อ สุ่มมาให้เลือกทำเพียง 50 ข้อ โดยจะต้องทำผ่าน 90% หรือ 45 ข้อ หรือ จะเลือกทำกี่ข้อก็ได้ โดยเกณฑ์ตัดผ่านไม่ผ่านอยู่ที่ 90% 

EmojiEmojiEmojiEmojiEmojiEmojiEmojiEmojiEmojiEmoji

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

6 วิธีเช็คสภาพรถหลังกลับจากเดินทางไกล

 การตรวจเช็คสภาพรถยนต์หลังจากเดินทางไกลถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวรถถูกใช้งานมาอย่างหนัก ทั้งเผชิญกับหลุมบ่อ, ถนนลูกรัง, การลากรอบเครื่องยนต์เป็นเวลานานๆ แม้กระทั่งการบรรทุกน้ำหนักมากกว่าปกติ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการสึกหรอในชิ้นส่วนต่างๆของรถ หากเราตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เบื้องต้น ก็จะช่วยให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงทีก่อนจะลุกลามบานปลายในระยะยาว


     สิ่งที่ควรตรวจเช็คสภาพหลังกลับจากเดินทางไกล มีดังนี้



     1.เช็คน้ำมันเครื่อง

     ควรเช็คระดับน้ำมันเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในระดับปกติ โดยระดับของน้ำมันไม่ควรพร่องลงไปจากระดับที่วัดก่อนการเดินทางมากนัก หากพบว่าน้ำมันเครื่องพร่องลงไปมากหรือต่ำกว่าระดับ MIN ก็ควรตรวจเช็คว่ามีการรั่วซึมจุดใดหรือไม่

     นอกจากนั้นควรเช็คสภาพน้ำมันเครื่องว่าไม่ดำจนเกินไป รวมถึงไม่มีเศษเขม่าเจือปนอยู่ หากพบก็ควรหาเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ไปเลย



     2.เช็คสภาพและลมยาง

     การเดินทางไกลอาจส่งผลให้ความดันลมยางลดลง จึงควรเช็คลมยางเมื่อมีโอกาส เพื่อป้องกันการสึกหรอของยางและลดโอกาสเกิดอันตรายจากการขับด้วยความเร็วสูง นอกจากนั้นยังควรตรวจสภาพยางว่าไม่มีอะไรเข้าไปทิ่ม อุด ตำ จนเป็นสาเหตุให้เกิดการรั่วซึมอย่างช้าๆ

     หากพบว่าล้อใดล้อหนึ่งมีความดันลมน้อยผิดปกติ ให้สันนิษฐานว่าล้อข้างนั้นอาจมีอะไรทิ่มเข้าไปแล้วคาอยู่ในเนื้อยาง เป็นเหตุให้เกิดการรั่วซึมอย่างช้าๆ ทางที่ดีควรปะยางหรือเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย



     3.เช็คน้ำหล่อเย็น

     ควรตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น ทั้งในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ ทางที่ดีน้ำหล่อเย็นไม่ควรลดระดับไปมากนักเมื่อเทียบกับก่อนเดินทางไกล และควรเติมให้ได้ระดับพอดีก่อนใช้งานต่อไป



     4.เช็คช่วงล่างและระบบกันสะเทือน

     การขับรถไปยังที่ที่ไม่คุ้นทาง อาจส่งผลให้ขับตกหลุมได้ ซึ่งหากเป็นหลุมเล็กๆก็คงไม่เป็นอะไร แต่หากเป็นหลุมขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปได้ ให้ลองเช็คเบื้องต้นด้วยการปล่อยพวงมาลัยขณะที่รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากรถยังคงสามารถวิ่งไปตรงๆ ก็ไม่มีปัญหา ทั้งนี้ควรเช็คสภาพถนนว่ามีการลาดเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลให้รถแฉลบออกด้านข้างได้เช่นกัน

     นอกจากนั้นยังควรตรวจสอบด้วยการฟังดูว่ามีเสียงผิดปกติขณะขับผ่านทางขรุขระหรือไม่



     5.เช็คไส้กรองอากาศ

     การเดินทางไปต่างจังหวัดอาจต้องขับผ่านถนนที่มีฝุ่นมากกว่าปกติ จึงควรเช็คไส้กรองอากาศว่ามีสิ่งสกปรกอุดตันอยู่หรือไม่ หากมีก็ควรเป่าออก หรือเปลี่ยนไส้กรองใหม่ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

     หากเป็นกรองชนิดแห้งปกติ ถ้าไม่มีฝุ่นมากจนเกินไปนัก สามารถเป่าสิ่งสกปรกออกได้ แต่หากเป็นไส้กรองชนิดเคลือบน้ำมันจะไม่สามารถทำความสะอาดได้ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียว



     6.เช็คสภาพตัวถัง

     ควรล้างรถเมื่อมีโอกาส เพราะฝุ่นควันที่ติดมานั้น อาจสร้างผลกระทบต่อชั้นสีในระยะยาวได้ จากนั้นจึงควรเช็ครอบตัวรถว่ามีรอยบุบหรือรอยขูดขีดใดๆหรือไม่ เพื่อจะได้พิจารณาเคลมประกันหรือทำสีต่อไป (หรือปล่อยไว้เฉยๆก็ไม่ว่ากัน)



     ขั้นตอนเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม เนื่องจากเห็นว่ากลับบ้านได้โดยสวัสดิภาพแล้วก็จบกันไป แต่หากปฏิบัติได้ตามวิธีขั้นต้นนี้แล้วล่ะก็ จะช่วยให้เจ้าของรถสามารถตรวจพบความผิดปกติเบื้องต้นได้ ก่อนปัญหาจะลุกลามใหญ่โตนั่นเอง

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แนะนำการดูแลรักษารถยนต์


1. ในช่วงรันอิน ขณะที่ขับรถไปได้ 1,600 กิโลเมตรแรก จำกัดความเร็วให้อยู่ต่ำกว่า 88 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเอาไว้ หรือความเร็วตามที่แนะนำสำหรับรถแต่ละรุ่น
2. หลีกเลี่ยงสิ่งของกระทบถูกรถ เพราะแม้แต่ลูกบอลพลาสติกเบา ๆ กระทบก็ทำให้เกิดรอยขนแมวได้
3. อย่าเร่งเครื่องเวลาสตาร์ททันที โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศข้างนอกหนาวเย็น ทางที่ดีควรเร่งความเร็วหลังผ่านไปประมาณสัก 10 - 20 นาที
4. พักเครื่องยนต์ด้วยการเลื่อนเกียร์ว่างให้อยู่ในตำแหน่งไฟสีแดง ไม่อย่างนั้นแม้จะไม่ได้ขับรถ ตัวเครื่องก็จะยังคงทำงานอยู่
5. พยายามไม่ขับรถเร็วจนเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนหรือเย็นจัด
6. หลีกเลี่ยงการหยุดรถกะทันหันที่จะทำให้ล้อสึกอย่างรวดเร็ว
7. เวลาหมุนพวงมาลัย ไม่ควรหักไปทิศทางใดจนสุด
8. หากรถติดอยู่ในพวกหลุมโคลนขนาดใหญ่จนเอาขึ้นมาลำบาก ควรเรียกช่างมาช่วยยกแทนที่จะพยายามเร่งเครื่องให้หลุดออกมา
9. การพ่วงของอื่น ๆ ไว้กับกุญแจรถด้วย จะทำให้กุญแจรถหนักขึ้น บวกกับเวลาที่ขับ แรงสั่นสะเทือนก็จะยิ่งทำให้ช่องที่เสียบกุญแจรถรับภาระหนักขึ้นอีก จนชิ้นส่วนภายในสึกหรอได้ เพราะฉะนั้นเลือกเอาเครื่องประดับเล็ก ๆ ชิ้นเบา ๆ มาใช้ก็พอแล้ว
10. หมั่นสังเกตหรือถ้าจะให้ดีก็ควรจดเอาไว้ด้วยว่าวัน ๆ น้ำมันของคุณหมดไปเท่าไหร่ และวันนี้ขับไปเป็นระยะทางเท่าไหร่ ถ้าน้ำมันหดหายจนผิดสังเกต จะได้ตามช่างมาดูสิ่งผิดปกติได้ทัน
11. อย่าทิ้งรถไว้เฉย ๆ นานเกินไปจนเครื่องยนต์สึกกร่อนเสียหาย โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ต้องถูกดึงไฟมาใช้อยู่เรื่อย ๆ แม้จะไม่ใช้ เพราะฉะนั้นคุณจึงควรสตาร์ทรถวอร์มเครื่องบ้าง
12. ใช้ขาตั้งยกรถเป็นตัวค้ำเวลาจอด รถจะได้ไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป
13. จอดรถในที่ร่ม เพื่อไม่ให้รถร้อน หรือจะเลือกใช้รถเป็นสีที่คายความร้อนเช่นสีสว่างเป็นมันเงาดูก็ได้
14. ทำความสะอาดแผงหน้าปัดด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด และหมั่นดูดฝุ่นในรถเสมอ
15. เคลือบเบาะหนังเพื่อให้รถดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ
16. แก้ปัญหาไฟท้ายมีร่องรอยด้วยการเอาเทปซึ่งขายในร้านอุปกรณ์สำหรับรถมาติด ก่อนที่น้ำจากฝนจะรั่วซึมเข้ามาติดอยู่ภายใน
17. ต่อให้เป็นรถที่ทนทานขนาดไหนก็ไม่ควรบรรทุกของหนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็นที่ท้ายรถหรือมัดไว้บนหลังคาก็ตาม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรจุไม่เกิน 90 กิโลกรัม
18. มองหาผ้ามาคลุมรถทุกครั้งตอนที่เก็บในโรงรถเพื่อรักษาสีให้ดูใหม่นาน ๆ
19. สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้รถบรรทุกของไปด้วย ควรใช้ผ้าหนา ๆ ปูสักชั้นก่อนใส่ของลงไปด้วย จะได้ไม่ขูดขีดโดนรถจนเป็นรอย
20. เคลือบแว็กซ์อีกชั้นเพื่อถนอมสีรถให้ติดทนนานยิ่งขึ้น รวมทั้งกันรอยขูดขีดด้วย
21. ตอนที่เติมลมยางรถ ลองสังเกตดูสิว่ามีความชื้นออกมาจากตัวปั๊มลมด้วยรึเปล่า ถ้ามีก็หยุดซะ เพราะหากมีความชื้นเข้าไปฝังตัวด้านในจะทำให้ล้อเสียหายได้
22. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดล้อที่เหมาะสม และพยายามขยันใช้เป็นประจำ เพราะล้อต้องเจอสิ่งสกปรกบ่อยกว่าส่วนอื่น ๆ
23. หยอดน้ำมันหล่อลื่นลงน๊อตล้อเพื่อกันความฝืดเคือง ให้เครื่องทำงานได้สะดวกมากขึ้น
24. ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกนั้นค่อนข้างไม่ถูกกับความชื้นเป็นพิเศษ มันจึงควรถูกเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง และควนตรวจเช็คอย่างน้อยทุก ๆ 3 ปี
25. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อย ๆ คราบตกตะกอนจะได้ไม่ฝังอยู่ภายใน
26. คุณต้องทำความสะอาดฝาถังน้ำมันบางเช่นกัน เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกอุดตันอยู่ภายใน
27. ตรวจเช็คแบตเตอรี่เป็นประจำ ถ้ามีรอยแตกร้าวควรเปลี่ยนทันที และควรทำความสะอาดด้วย
28. เปลี่ยนหัวเทียนเมื่อคุณขับรถไปได้ 48,000 - 64,000 กิโลเมตร
29. ใช้น้ำสะอาดเติมลงหม้อน้ำรถยนต์เท่านั้น เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไปสะสม โดยผสมน้ำยาหล่อเย็นและน้ำเปล่าในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
30. ปูผ้าขนหนูไว้บนเบาะก่อนเอาที่นั่งเด็กมาวางทับ เพื่อกันรอยขีดข่วน
31. กระปุกเก็บน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ต้องมีน้ำมันอยู่ในระดับพอดี และฝาปิดสนิทก่อนสตาร์ทเครื่องด้วย ไม่อย่างนั้นหากเจอความร้อนหลังเครื่องทำงานเข้าไป อาจยิ่งเพิ่มความดันจนทำให้น้ำมันล้นออกมาได้
32. ควรเปลี่ยนสายพานราวลิ้นตามระยะเวลาที่แนะนำในคู่มือ
33. หมั่นตรวจน้ำกลั่นแบตเตอรี่ไม่ให้อยู่ต่ำกว่าระดับที่ควร
34. ถอดก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาเช็ดทำความสะอาดบ้าง
35. ตรวจเช็ควาล์ว PCV หรือ Positive Crankcase Ventilation และเปลี่ยนหลังขับรถไปเป็นระยะทาง 48,000 กิโลเมตร
36.เมื่อนำรถจอดตากแดดเป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์ออกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำยาแอร์ (เปิดสวิตซ์ A/C) 
37. ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดข้ามคืน ควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจาก อลูมิเนียม จะเกิดการผุกร่อนได้ง่าย และจะทำให้ตู้แอร์ลดการเหม็นอับอีกด้วย 
38. จงจำไว้เสมอว่า ระบบแอร์ เป็น "ระบบปิด" ดังนั้นเมื่อรถคุณเติมน้ำยาแอร์บ่อยๆ แสดงว่า เกิดการรั่วของระบบแอร์ในรถของคุณแล้ว 
39. ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อย เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอก เข้ามาอุดตันในตู้แอร์ ได้เร็วยิ่งขึ้น 
40. เมื่อแอร์ไม่เย็น(กรณีเปิดน้ำยาแอร์แล้ว,เปิดสวิตซ์ A/C แล้ว) แต่ยังไม่เย็น ให้รีบปิด น้ำยาแอร์หรือ สวิตซ์ A/C ทันที เพราะอย่างน้อยๆ ถ้าเกิดการรั่วในระบบ น้ำยาแอร์และ น้ำมันคอมเพรสเซอร์จะมีน้อยมากในระบบ จะทำให้คอมเพรสเซอร์พังมากขึ้นกว่าเดิม แล้วควรนำรถไปเช็คให้เร็วที่สุด แต่กรณีนี้ใช้ลมเปล่าก่อนก็ได้ 
41. ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี หรือถ้าใครเปิดกระจกขับรถบ่อย ให้ล้างทุกๆ ปี หรือตามเห็นสมควร 
42. เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์น้อยที่สุด 

ที่มา กระปุกดอจคอม

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2557

ข้อสอบใบขับขี่ของจริง หมวด ป้ายเตือน

http://www.thaitestonline.com

1. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ผู้ขับขี่บนทางหลักเตรียมตัวออกทางขนาน ผู้ขับขี่บนทางขนานระวังรถที่จะมาร่วมในทิศทางเดียวกัน
ข. ผู้ขับรถในทางหลัก เตรียมเข้าทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย
ค. ผู้ขับรถในทางหลักเตรียมออกทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย
ง. ขับรถในทางหลักเตรียมออกทางคดเคี้ยวเริ่มขวา
 เฉลย 1
2. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ข. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีรถไฟผ่าน
ค. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าสำรวจทาง
ง. ควรขับรถให้ช้าลง
 เฉลย 4
3. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร

ก. ทางข้างหน้าจะเป็นทางแยก มีวงเวียน
ข. ทางข้างหน้าเป็นทางแยก
ค. ทางข้างหน้าเป็นทางแคบลง
ง. ทางข้างหน้ามีทางเอกตัดกัน
 เฉลย 1
4. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง เตือนรถกระโดด
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นแอ่ง
ค. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นแอ่ง
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางขึ้นลาดชัน
 เฉลย 2
5. เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร

ก. ผิวทางขรุขระ
ข. สะพานเปิดได้
ค. เตือนรถกระโดด
ง. ทางเป็นแอ่ง
 เฉลย 2
6. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตราย ทางข้างหน้าอาจมีวัสดุผิวทางหลุดกระเด็น
ข. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ระวังหินร่วง
ค. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางลื่น
ง. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางคดเคี้ยว
 เฉลย 1
7. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวา
ข. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางขวา
ค. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางโทแยกทางโททางขวา
ง. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางซ้าย
 เฉลย 1
8. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง ทางแคบด้านซ้าย
ข. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง ทางแคบด้านขวา
ค. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง ทางลงลาดชัน
ง. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
 เฉลย 4
9. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางซ้าย
ข. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางโทตัดกับทางโทรูปตัวที
ค. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางเอกตัดกันรูปตัวที
ง. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางเอกตัดกันรูปตัววาย ( Y )
 เฉลย 1
10. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร

ก. ช่องจราจรปิดด้านซ้าย
ข. ช่องจราจรปิดด้านขวา
ค. ช่องจราจรปิดทั้งสองด้าน
ง. ช่องจราจรลดลงด้านซ้าย
 เฉลย 1

http://www.thaitestonline.com


ข้อสอบใบขับขี่ 2557,แนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์,ข้อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่จักรยานยนต์ 2557,แบบทดสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่ 2557,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์,ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่,เฉลยข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่จักรยานยนต์,แนวข้อสอบใบขับขี่แบบใหม่

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เพิ่มชุดข้อสอบ อีก 109 ข้อ

กำลังจะเพิ่มข้อสอบ ชุด เทคนิคการขับขี่รถยนต์ อีก 109 ข้อ จากเดิม 100 ข้อ รวมเป็น 209 ข้อ ก็ไม่รู้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไร ใครอยากให้เสร็จเร็วก็มาช่วยเพิ่มข้อสอบกันนะครับ

ส่งข้อสอบมาที่ atcomink.drive@blogger.com

ตัวข้อสอบ http://www.thaitestonline.com/test_30_on_14434.html

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย ชุดที่ 3

8.101 เมื่อท่านขับรถเข้าใกล้รถที่จอดอยู่ข้างทาง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. ขับต่อไปโดยไม่ต้องระวังสิ่งใด
ข. เร่งความเร็วผ่านไปทันที
ค. ให้สัญญาณไฟสูงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
ง. เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เตรียมพร้อมที่จะหยุดเสมอ


8.102 เมื่อท่านขับรถเข้าใกล้รถที่จอดอยู่ข้างทาง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. เร่งความเร็วผ่านไปทันที
ข. เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เตรียมพร้อมที่จะหยุดเสมอ
ค. ให้สัญญาณไฟสูงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
ง. ขับต่อไปโดยไม่ต้องระวังสิ่งใด 


8.103 ในการขับขี่ท่านควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดมากที่สุด
ก. ขับขี่เร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
ข. เปลี่ยนช่องจราจร
ค. ขับขี่ด้วยความเร็วคงที่
ง. แซงรถคันอื่น เมื่อเห็นว่าปลอดภัย 


8.104 เมื่อท่านขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังแล้ว ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถ รอผ้าเบรกให้แห้ง
ข. หยุดรถ ตรวจสอบยาง
ค. ใช้เท้าแตะเบรกเพื่อให้ผ้าเบรกแห้งเร็ว
ง. ขับรถให้เร็วขึ้นเพื่อให้ผ้าเบรกแห้ง


8.105 การขับขี่ผ่านทางร่วมทางแยกต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หากไม่มีสัญญาณไฟจราจร ให้รถคันที่ใหญ่กว่าผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน
ข. เมื่อพบป้ายเตือนทางร่วมทางแยกให้ขับรถไปตามปกติ
ค. เมื่อพบป้ายเตือนสัญญาณไฟบริเวณทางร่วมทางแยกให้เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
ง. ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด


8.106 จากรูปรถคันสีน้ำเงิน หรือรถคันสีเขียวมีสิทธิที่จะผ่านไปก่อน


ก. ให้รถคันสีเขียวไปก่อน
ข. ให้รถคันสีน้ำเงินไปก่อน
ค. รถคันไหนไปก่อนก็ได้ หากมีความเร็วสูงกว่า
ง. รถคันไหนไปก่อนก็ได้ หากมาถึงก่อน 


8.108 จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวาที่ทางแยกรูปตัว T ท่านจะต้องปฏิบัติอย่างไร


ก. ให้ทั้งรถทางขวาและซ้ายไปก่อน
ข. ให้รถทางขวาไปก่อน
ค. ให้รถทางซ้ายไปก่อน
ง. เลี้ยวขวาได้ทันที 


8.109 จากรูป เมื่อท่านขับรถมาถึงทางแยกพบสัญญาณไฟเขียว แต่เกิดจราจรติดขัดในเส้นทางที่ท่านจะสัญจร ท่านควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถเข้าไปต่อคันหน้า
ข. รอจนกว่ารถข้างหน้าของท่านจะเคลื่อนตัว แล้วจึงขับรถเข้าไปต่อคันหน้า
ค. ขับรถเข้าไปตรงกลางแยก.แล้วรอจนกว่ารถข้างหน้าจะเคลื่อนตัว
ง. พยายามขับแทรกไปทางขวาของรถคันหน้า


8.110 จากรูป รถคันสีฟ้าและรถคันสีเหลืองต้องการจะเลี้ยวขวาเพื่อไปเลี้ยวซ้ายในซอยที่ 1 รถคันใดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม


ก. รถคันสีฟ้า
ข. รถคันสีเหลือง
ค. เหมาะสมทั้งคู่
ง. ไม่เหมาะสมทั้งคู่ 


8.111 จากรูป รถคันสีแดงและรถคันสีเหลืองต้องการไปในทิศทางเดียวกัน รถคันใดมีสิทธิไปก่อนเมื่อมีสัญญาณให้หยุดทั้งสองทิศทาง.


ก. รถคันสีเหลือง
ข. รถคันสีแดง
ค. คันใดก็ตามที่มาถึงทางแยกก่อน
ง. คันใดก็ตามที่ขับด้วยความเร็วที่สูงกว่า


8.112 หากท่านพบสัญญาณไฟกะพริบสีแดงที่บริเวณทางร่วมทางแยก.ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ชะลอความเร็วลง.และขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ข. หยุดรถหลังเส้นหยุดรถ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ค. ขับรถต่อไปตามปกติ เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าแก่รถคันที่ตามมา
ง. แจ้งเจ้าพนักงานว่าสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง.


8.113 หากท่านพบสัญญาณไฟกะพริบสีเหลืองที่บริเวณทางร่วมทางแยก.ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ชะลอความเร็วลง.และขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ข. หยุดรถหลังเส้นหยุดรถ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ค. ขับรถต่อไปตามปกติ เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าแก่รถคันที่ตามมา
ง. แจ้งเจ้าพนักงานว่าสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง


8.114 จากรูป ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร รถคันสีแดงหรือรถคันสีเหลืองมีสิทธิที่จะได้ไปก่อน


ก. รถที่มาถึงทางแยกก่อน
ข. รถคันสีแดง
ค. รถคันสีเหลือง
ง. รถที่มีความเร็วสูงกว่า


8.115 จากรูป หากรถคันสีแดง.และรถคันสีเหลือง.ต้องการจะเลี้ยวขวาในเวลาเดียวกัน รถคันใดจะมีสิทธิไปก่อน

ก. สามารถไปได้ในเวลาเดียวกัน
ข. รถคันสีแดง
ค. รถคันสีเหลือง
ง. รถที่มีความเร็วสูงกว่า 


8.116 การขับขี่ในบริเวณชุมชนที่ถูกต้อง.ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับด้วยความเร็วสูง
ข. ขับด้วยความเร็วปกติ
ค. ขับด้วยความเร็วปกติ แต่ชะลอความเร็วเมื่อพบป้ายเตือน
ง. ขับด้วยความเร็วที่ต่ำ 


8.117 ในการขับขี่ภายในชุมชน ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับสิ่งใด
ก. ป้ายโฆษณาข้างทาง
ข. รถโดยสารที่กำลังจอดและกำลังเคลื่อนที่ออก.
ค. สัตว์ที่ถูกปล่อยอยู่บนถนน
ง. คนขี่จักรยาน


8.118 เมื่อขับขี่เข้าใกล้บริเวณทางม้าลายหน้าโรงเรียน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. พยายามใช้ความเร็วคงที่ในการผ่านบริเวณนั้น
ข. ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
ค. ชะลอความเร็วลง
ง. ให้สัญญาณเตือนผู้คนในละแวกนั้น 


8.119 เมื่อขับรถเข้าใกล้บริเวณทางม้าลาย แต่ไม่มีคนข้ามทางม้าลาย ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้สัญญาณแตรเสียงสั้นเพื่อเตือน
ข. ไม่ต้องให้สัญญาณ เพียงชะลอความเร็วลงก็พอ
ค. ใช้สัญญาณแตรเสียงยาวเพื่อเตือน
ง. ใช้สัญญาณไฟสูงเพื่อเตือน


8.120 หากท่านกำลังขับขี่เข้าสู่วงเวียน และพบรถขนาดใหญ่ที่กำลังเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายแต่ตัวรถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางขวา ท่านควรปฏิบัติอย่างไร

ก. รักษาระยะห่างไว้
ข. ให้สัญญาณแตร
ค. แซงไปทางด้านซ้าย
ง. ขับตามรถใหญ่


8.121 ข้อใดต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการขับขี่ผ่านวงเวียน (การขับขี่ผ่านวงเวียน)
ก. ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ
ข. ขับแซงไปมา
ค. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
ง. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวก่อนออกจากวงเวียนเสมอ


8.122 ข้อใดเป็นการขับรถเข้าทางโค้งอย่างปลอดภัย
ก. ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง
ข. ใช้ความเร็วสูงกว่าที่กำหนด
ค. เปลี่ยนเกียร์ขณะเข้าทางโค้ง
ง. เหยียบเบรกกะทันหันขณะเข้าทางโค้ง


8.123 หากรถคันสีเหลืองต้องการมุ่งหน้าตรงผ่านวงเวียน จะต้องเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อออกจากวงเวียนที่ตำแหน่งใด
ก. จุดที่ 2
ข. จุดที่ 1
ค. จุดที่ 3
ง. เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายทุกๆ จุด 


8.124 จากรูป หากท่านกำลังขับตามหลังคนขี่จักรยาน แต่ท่านต้องการที่จะเลี้ยวซ้าย ท่านควรปฏิบัติอย่างไร


ก. ชะลอความเร็วจนกว่าจักรยานจะผ่านทางเลี้ยว
ข. พยายามแซงจักรยานก่อนที่จะถึงทางเลี้ยว
ค. จอดรถเพื่อรอจนกว่าคนขี่จักรยานจะผ่านทางเลี้ยว
ง. ทำการเลี้ยวโดยไม่ต้องสนใจจักรยาน


8.125 สิ่งใดที่ท่านควรระวังเป็นพิเศษเมื่อพบรถโดยสารจอดอยู่ในถนนฝั่งตรงข้าม

ก. รถโดยสารอาจเคลื่อนที่โดยฉับพลัน
ข. ผู้เดินเท้าอาจเดินออกมาทางข้างหลังรถโดยสาร
ค. รถโดยสารอาจเสียอยู่
ง. ไม่ต้องระวัง.เนื่องจากเป็นถนนฝั่งตรงข้าม


8.126 ดังรูปในกรณีที่รถสีน้ำตาลมาจากทางหลักและรถสีน้ำเงินออกมาจากซอยซึ่งเป็นทางรอง.รถคันใดต้องหยุดให้ทาง

ก. รถคันสีน้ำตาล
ข. รถคันสีน้ำเงิน
ค. รถคันใดก็ได้
ง. รถคันที่มีความเร็วต่ำกว่า 


8.127 ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการแซง.
ก. แซงบริเวณเขตห้ามแซงด้วยความระมัดระวัง
ข. ไม่ควรแซงในทางที่มีทัศนวิสัยไม่ดี
ค. ควรประเมินเวลาที่ใช้ในการแซงให้ถูกต้อง
ง. แซงในขณะที่เห็นว่าปลอดภัยแล้วเท่านั้น


8.128 เมื่อท่านเห็นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองในขณะที่ท่านกำลังจะขับขี่ผ่านทางแยกในเวลาเช้าตรู่ที่ไม่มีการจราจรอยู่ในบริเวณรอบๆ ท่านควรปฏิบัติอย่างไร 

ก. ขับต่อไปด้วยความเร็วคงที่
ข. ชะลอความเร็วและเตรียมหยุดรถ
ค. ขับต่อไปด้วยความเร็วสูงขึ้น
ง. ชะลอความเร็วลงและขับผ่านไป


8.129 ในขณะที่ท่านกำลังหยุดรอสัญญาณไฟอยู่ที่ทางแยก.แล้วไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ท่านควรปฏิบัติอย่างไร 

ก. ตรวจสอบการจราจรรอบๆ ข้างก่อน จากนั้นจึงออกรถ
ข. ขับรถผ่านทางแยกไปโดยเร็ว เพื่อไม่ให้รถคันหลังเสียเวลา
ค. รอจนกว่ารถคันข้างหลังของท่านจะให้สัญญาณแตร แล้วจึงออกรถ
ง. ปฏิบัติอย่างไรก็ได้ แล้วแต่ผู้ขับขี่


8.130 จากรูป ผู้ขับขี่รถคันสีแดงควรปฏิบัติอย่างไร

ก. บีบแตรเพื่อเตือนให้รถคันอื่นรับรู้
ข. มองกระจกข้าง.ให้สัญญาณ และเปลี่ยนช่องทางเมื่อปลอดภัย
ค. เร่งความเร็วขึ้นและแซงโดยไม่ต้องมองกระจกข้าง
ง. เร่งความเร็วไปข้างหน้าและรีบเปลี่ยนช่องจราจร


8.131 จากรูป ผู้ขับขี่รถคันสีแดงควรระมัดระวังรถคันใดมากที่สุด 

ก. รถจักรยานยนต์
ข. รถคันสีน้ำเงิน
ค. รถคันสีเขียว
ง. ไม่จำเป็นต้องระวังรถคันใดเลย


8.132 ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการขับรถอย่างปลอดภัย
ก. ตรวจความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง.
ข. ไม่จำเป็นให้สัญญาณไฟเลี้ยวในการเปลี่ยนช่องจราจร
ค. ในการกลับรถไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยว
ง. ในการขับรถตรงผ่านทางแยกควรให้สัญญาณไฟกะพริบฉุกเฉิน


8.133 หลักการขับรถเข้าโค้งที่ถูกต้องควรปฏิบัติเช่นไร
ก. เพิ่มความเร็วก่อนเข้าโค้ง.ลดความเร็วขณะออกจากโค้ง
ข. ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง.เพิ่มความเร็วขณะออกจากโค้ง
ค. ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง.ลดความเร็วขณะออกจากโค้ง
ง. เพิ่มความเร็วก่อนเข้าโค้ง.เพิ่มความเร็วขณะออกจากโค้ง

8.134 เพื่อความปลอดภัยเมื่อออกรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ประมาณ 3-4 เมตร ควรทดสอบอะไรเป็นอันดับแรก
ก. ทดสอบไฟสูง
ข. ทดสอบไฟเลี้ยว
ค. ทดสอบสัญญาณแตร
ง. ทดสอบระบบเบรก. 

8.135 ข้อควรปฏิบัติขณะขับรถขณะฝนตกคือข้อใด
ก. เปิดไฟหรี่
ข. ขับรถช้าๆ โดยไม่ต้องเปิดไฟ
ค. เปิดไฟส่องสว่าง
ง. บีบแตรแล้วขับให้เร็วเพื่อป้องกันรถคันหลังชนท้าย


8.136 ถ้าขณะขับรถเกิดยางแตกหรือยางระเบิดควรปฏิบัติเช่นไร
ก. เหยียบคลัตช์ให้เร็วแล้วตามด้วยเบรก
ข. เหยียบเบรกโดยเร็ว
ค. จับพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เบรกและนำรถเข้าข้างทาง
ง. เหยียบคลัตช์อย่างเดียว


8.137 ในสภาพถนนปกติ รถพร้อม คนพร้อม ขับรถตามรถคันหน้าต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่าใด จึงจะปลอดภัยเมื่อรถคันหน้าหยุด
ก. ห่างพอสมควรและสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย
ข. 3 เมตร
ค. 5 เมตร
ง. หนึ่งช่วงรถ


8.138 ขณะขับรถหากเกิดคันเร่งค้างควรทำอย่างไร
ก. เปิดไฟฉุกเฉิน
ข. ตั้งสติ ใช้ปลายเท้างัดคันเร่งขึ้นมา
ค. ดึงเบรกมือ
ง. ย้ำคันเร่งหลายๆ ครั้ง. 


8.139 ข้อใดคือการใช้ไฟฉุกเฉินที่ถูกต้อง.
ก. ฝนตก
ข. ขับผ่านสี่แยก
ค. รถเสียบนทางด่วน
ง. บริเวณที่มีหมอกลงจัด


8.140 การใช้เกียร์เพื่อขึ้นและลงเขาข้อใดถูก.
ก. ขึ้นและลงใช้เกียร์ต่ำ
ข. ขึ้นใช้เกียร์ต่ำและลงใช้เกียร์สูง
ค. ขึ้นใช้เกียร์ต่ำและลงใช้เกียร์ว่าง
ง. ขึ้นและลงใช้เกียร์สูง


8.141 อะไรไม่ใช่เป้าหมายในการขับรถอย่างปลอดภัย
ก. ไม่ขับรถไปชนคันอื่น
ข. ขับให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด
ค. ไม่เป็นเหตุให้รถคันอื่นชนกัน
ง. ป้องกันไม่ให้รถคันอื่นมาชนเรา


8.142 เหตุใดจึงห้ามเปิดไฟสูงขณะที่ขับรถตามคันหน้าหรือรถที่วิ่งสวนทางมา
ก. เพราะจะทำให้ผู้ขับรถคันหน้าและรถที่วิ่งสวนทางมามองทางไม่ชัดเจน
ข. จะทำให้ผู้ขับรถคันหน้าหลับใน
ค. จะทำให้เรามองทางข้างหน้าไม่ชัดเจน
ง. จะทำให้รถที่วิ่งสวนทางมาหลับใน


8.143 การขับรถทางไกลเมื่อรู้สึกว่าตนเองง่วงควรปฏิบัติอย่างไร
ก. วิ่งแล้วเบรกบ่อยๆ เพื่อให้หายง่วง
ข. ขับรถหวาดเสียวเพื่อให้ระบบประสาทตื่นตัว
ค. หยุดพัก.นอน หรือยืดเส้นยืดสายตามจุดพัก.หรือปั๊มน้ำมัน
ง. เร่งเครื่องเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว


8.144 ข้อใดไม่ใช่วิธีการขับรถที่ปลอดภัยในขณะที่ฝนตก.
ก. เปิดไปฉุกเฉินตลอดเวลาที่ฝนตก
ข. ทิ้งช่วงห่างจากรถคันหน้า เผื่อไว้มากๆ
ค. เปิดไฟหน้า
ง. ใช้อัตราความเร็วที่ปลอดภัย


8.145 ในการข้ามทางรถไฟรางคู่ที่ไม่มีเครื่องกั้นเมื่อรถไฟผ่านไปแล้วผู้ขับรถควรระวังสิ่งใดต่อไปนี้
ก. รถที่จะข้ามมาจากฝั่งตรงข้าม
ข. รถไฟที่อาจจะสวนทางมาอีกทางหนึ่ง
ค. คนที่จะเดินข้ามทางรถไฟ
ง. รถที่หยุดรอด้านหลัง


8.146 ในการขับรถข้ามทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้นเมื่อคันด้านหน้าขับข้ามทางรถไฟไปแล้วท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ก่อนข้ามทางรถไฟต้องตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้ง
ข. ขับตามคันด้านหน้าไปได้เลย
ค. หยุดรอเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ
ง. รอสัญญาณไฟเขียว


8.147 เมื่อท่านขับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกมาก.ข้อใดถูกต้องมากที่สุด
ก. ประสิทธิภาพของเบรกจะน้อยลง.เบรกยาวขึ้น
ข. ระบบกันสะเทือนจะนุ่มนวลมากขึ้น
ค. ควันไอเสียจะมากขึ้น
ง. เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ


8.148 เมื่อท่านขับรถที่บรรทุกสิ่งของที่มีความสูงจะมีผลอย่างไร
ก. แรงหนีศูนย์ของรถและสิ่งของจะน้อยลง
ข. จุดศูนย์ถ่วงจะสูงขึ้นทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย
ค. แรงเหวี่ยงของรถจะน้อยลงเนื่องจากน้ำหนักบรรทุก
ง. ระยะเบรกจะสั้นลง


8.149 สิ่งใดที่ไม่มีผลต่อระยะการเบรกรถ
ก. บริษัทของผู้ผลิตยาง
ข. ความเหนื่อยล้า
ค. สภาพถนนที่เปียก
ง. น้ำหนักบรรทุก


8.150 ข้อใดถูกต้องที่สุดในการควบคุมความเร็วของรถ
ก. การชะลอรถควรใช้เบรกเท่านั้น
ข. ในการขับรถควรใช้คันเร่งควบคุมในการเร่งและชะลอรถให้มากที่สุด
ค. การใช้เกียร์ช่วยลดความเร็วให้ใช้เฉพาะทางลงลาดชันเท่านั้น
ง. ควรใช้เบรกมือร่วมกับเบรกเท้าเพื่อช่วยลดการสึกหรอเบรกเท้า