แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ driving license แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ driving license แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เฉลย ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

1. จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวา ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรถให้ห่างเพื่อความปลอดภัย
ข. ขับไปในช่องทางขวาเพื่อเลี้ยวได้เลย
ค. เลี้ยวพร้อมกับรถคันหน้าได้ทันที
ง. ชะลอรถเนื่องจากรถคันหน้าจะเลี้ยวซ้าย
2. ข้อใดที่ทำให้การหยุดรถต้องใช้ระยะทางมากขึ้นจึงสามารถหยุดรถได้
ก. ความรวดเร็วในการตัดสินใจ
ข. ความเร็วในการเหยียบเบรก
ค. น้ำหนักบรรทุกเพิ่มมากขึ้น
ง. น้ำหนักบรรทุกลดน้อยลง
3. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการขับรถอย่างปลอดภัย
ก. ตรวจความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง.
ข. ไม่จำเป็นให้สัญญาณไฟเลี้ยวในการเปลี่ยนช่องจราจร
ค. ในการกลับรถไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยว
ง. ในการขับรถตรงผ่านทางแยกควรให้สัญญาณไฟกะพริบฉุกเฉิน
4. เมื่อท่านขับรถเข้าใกล้รถที่จอดอยู่ข้างทาง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. ขับต่อไปโดยไม่ต้องระวังสิ่งใด
ข. เร่งความเร็วผ่านไปทันที
ค. ให้สัญญาณไฟสูงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
ง. เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เตรียมพร้อมที่จะหยุดเสมอ
5. หลังจากขับรถลุยน้ำ เมื่อเราขึ้นที่แห้งแล้วควรปฏิบัติเช่นไรเป็นอันดับแรก.
ก. ทดสอบเบรกหลายๆ ครั้ง
ข. ทดสอบไฟเลี้ยวหลายๆ ครั้ง
ค. ทดสอบสัญญาณแตร
ง. ทดสอบไฟสูงต่ำ
6. ในการข้ามทางรถไฟรางคู่ที่ไม่มีเครื่องกั้นเมื่อรถไฟผ่านไปแล้วผู้ขับรถควรระวังสิ่งใดต่อไปนี้
ก. รถที่จะข้ามมาจากฝั่งตรงข้าม
ข. รถไฟที่อาจจะสวนทางมาอีกทางหนึ่ง
ค. คนที่จะเดินข้ามทางรถไฟ
ง. รถที่หยุดรอด้านหลัง
7. จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวา ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร

ก. ควรเลี้ยวให้ทันเนื่องจากมีรถคันใหญ่ขวางรถฝั่งตรงข้าม
ข. เร่งความเร็วเพื่อเลี้ยวขวาทันที
ค. หยุดรอในตำแหน่งที่จะเลี้ยวและให้รถด้านตรงข้ามผ่านไปก่อน
ง. ขับรถไปในช่องทางด้านขวาเพื่อทำการเลี้ยว
8. การจอดรถลักษณะใดที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
ก. จอดรถซ้อนคัน
ข. จอดรถชิดขอบทางด้านซ้าย
ค. จอดรถในลานจอดรถ
ง. จอดรถภายในอาคารจอดรถ
9. การขับรถทางไกลเมื่อรู้สึกว่าตนเองง่วงควรปฏิบัติอย่างไร
ก. วิ่งแล้วเบรกบ่อยๆ เพื่อให้หายง่วง
ข. ขับรถหวาดเสียวเพื่อให้ระบบประสาทตื่นตัว
ค. หยุดพัก.นอน หรือยืดเส้นยืดสายตามจุดพัก.หรือปั๊มน้ำมัน
ง. เร่งเครื่องเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว
10. จากรูป รถคันสีน้ำเงิน หรือรถคันสีเขียว มีสิทธิที่จะได้ไปก่อน

ก. รถคันสีน้ำเงิน
ข. รถคันสีเขียว
ค. รถคันไหนไปก่อนก็ได้
ง. มีสิทธิที่จะไปพร้อมๆ กัน
11. ข้อใดต่อไปนี้คือประโยชน์สูงสุดของการชะลอรถด้วยเครื่องยนต์ในขณะลงทางลาดชัน
ก. ลงทางลาดชันด้วยความปลอดภัย
ข. ลดการสึกหรอของผ้าเบรก.
ค. ช่วยประหยัดน้ำมัน
ง. เพิ่มการทรงตัวของรถ
12. ขณะขับรถยางรถแตก.จะมีอาการอย่างไร
ก. พวงมาลัยรถจะไร้น้ำหนัก
ข. พวงมาลัยจะหนัก.รถจะเอียง
ค. รถหยุดกะทันหัน
ง. เบรกจะไม่ทำงาน
13. ในขณะที่ขับรถอยู่ มีกลิ่นเหม็นไหม้ แอร์เริ่มไม่เย็น เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับต่อไปเรื่อยๆ
ข. ลดความเร็วลงแล้วขับต่อไป
ค. หยุดรถทันทีกลางถนนห้ามเคลื่อนย้าย
ง. จอดรถในที่ปลอดภัยแล้วเรียกช่างมาตรวจเช็ค
14. หลังจากขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วม ท่านควรทดสอบระบบใดต่อไปนี้
ก. ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์
ข. ระบบไฟฟ้า
ค. ระบบเบรก.
ง. ระบบช่วงล่าง
15. เมื่อท่านขับรถที่บรรทุกสิ่งของที่มีความสูงจะมีผลอย่างไร
ก. แรงหนีศูนย์ของรถและสิ่งของจะน้อยลง
ข. จุดศูนย์ถ่วงจะสูงขึ้นทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย
ค. แรงเหวี่ยงของรถจะน้อยลงเนื่องจากน้ำหนักบรรทุก
ง. ระยะเบรกจะสั้นลง
16. การหยุดรถในสถานการณ์ใดจะใช้ระยะทางมากกว่าปกติ
ก. ขณะฝนตก
ข. ตอนกลางคืน
ค. ขณะที่มีลมแรง
ง. ขณะมีหมอก.
17. ขณะฝนตกใหม่ๆ รถมักลื่นไถล เพราะเหตุใด
ก. น้ำฝนจะชะล้างถนนให้สะอาด
ข. น้ำฝนจะกลายเป็นฟิล์มรองรับระหว่างยางกับพื้นถนน
ค. ฝนตกทำให้ถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ
ง. ถนนคอนกรีตดูดซับน้ำฝนได้อย่างดี
18. การตรวจลมยางควรตรวจเมื่อใด
ก. ตรวจเมื่อไรก็ได้
ข. ขณะที่บรรทุกของหนัก
ค. ขณะวิ่งใช้งานแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง
ง. ขณะที่ยางยังเย็นอยู่
19. เมื่อผู้ขับขี่ขับรถเสียหลักบนถนนเปียกลื่น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เหยียบเบรกทันที แล้วค่อยๆออกตัวเร่งความเร็วใหม่
ข. ถอนคันเร่ง.เหยียบเบรกเพื่อใช้เกียร์ต่ำ
ค. ถอนคันเร่ง.จับพวงมาลัยให้มั่นประคองรถต่อไป
ง. ตั้งสติให้มั่น จับพวงมาลัยให้ดี เร่งความเร็วหนีให้พ้นไป
20. การเข้าเกียร์ถอยหลังขณะรถยังไม่หยุดนิ่งมีผลเสียอย่างไร
ก. เข้าเกียร์ยากและทำให้เกียร์เสียเร็วกว่าปกติ
ข. ทำให้น้ำมันเกียร์หมดเร็ว
ค. เครื่องยนต์กินน้ำมันเครื่อง
ง. ไม่มีผลต่อเกียร์

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

เช็กด่วน! 7 อาการรถยนต์ส่อมีปัญหา!!

     มาสังเกตอาการรถยนต์ของคุณกันดีกว่า ว่ามีสิ่งผิดปกติใดๆหรือไม่ ด้วยวิธีเช็คง่ายๆ 7 ประการ ช่วยบ่งบอกอาการเสียเบื้องต้นไม่ให้ลุกลามเกินแก้ไข ไปดูกันว่าทำอย่างไรบ้าง?



     1.สตาร์ตเครื่องนานกว่าปกติ

     เสียงสตาร์ตนั้นยังบอกอาการของรถท่านได้ เพราะปกติแล้วการสตาร์ทเครื่องยนต์นั้นจะใช้การถีบตัวไม่เกิน 3 ครั้งใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที ถ้านานกว่านั้นแสดงว่ารถเริ่มมีปัญหา หมายถึงแบตเตอร์รี่อาจจะเริ่มเสื่อมสภาพ ยิ่งถ้ารถคุณสตาร์ตช้า เตรียมเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ลูกใหม่ได้เลย

     2.ร่องรอยน้ำมัน

     บางครั้งเมื่อจอดรถแล้วพบรอยน้ำมันหยดเป็นทางนั้น หรือเป็นจุด อย่าวางใจโดยเด็ดขาด เพราะตามปกติแล้วน้ำมันจะไม่หยดได้เอง นอกจากเกิดความเสียหายต่อระบบนั้นๆ หมายถึงต้องมีอะไรผิดปกติแล้ว ดังนั้น ถ้าพบข้อนี้รีบตรวจสอบด่วน

     3.เสียงที่ผิดปกติ

     อาจเป็นเรื่อง ยากในการสังเกตในระหว่างขับรถ แต่สามารถสังเกตได้เมื่อรถจอดหรือเดินเบาเครื่องยนต์ก่อนขับออกถนน โดยทั่วไปแล้วการทำงานของเครื่องยนต์จะไม่มีเสียงผิดแปลก โดยเฉพาะเสียงเหล็กกระทบกัน หรือทางศัพท์ช่าง เรียกว่า "เสียงน็อก" (Knocking) หากได้ยินเสียงดังกล่าว และไม่เคยได้ยินมาก่อนนั้น ให้รีบไปหาผู้เชี่ยวชาญทันที แต่ทางที่ดีอันนี้อยากแนะนำบันทึกเสียงนั้นไว้ก่อน อาจจะถ่ายคลิป เพื่อใช้ประกอบในการอธิบายปัญหา

     4.ควันขาวออกท่อ

     รถที่ดีต้อง ไม่มีควันขาว เมื่อไรก็ตาม ที่รถมีอาการควันสีขาวออกท่อ พร้อมกลิ่นฉุน นั่นหมายถึงต้องมีสิ่งที่ผิดปกติกับระบบเครื่องยนต์ หากชี้ชัดไปนั้นจะมีหลายอาการมาก แต่ถ้าเห็นแล้วรีบหาช่างจะดีกว่า



     5.ขับรถแล้วดูนุ่มนวลผิดกว่าปกติ

     บางครั้งที่คุณขับรถนั้นเวลาขับสังเกตดีๆ ว่ารถเรานิ่มนวลผิดปกติไปหรือไม่จากที่เคยใช้มา ถ้าใช่แสดงว่ามีความเป็นไปได้ใน 2 ทาง คือ ลมยางอ่อน บางครั้งอาจจะหมายถึงยางรั่ว หรือ ระบบช่วงล่างบางชิ้นเสื่อมสภาพ โดยมากคือสปริงหรือโช้ก

     6.เสียงจี๊ดๆ ตอนเบรก

     เมื่อกดเบรก แล้ว ได้ยินเหมือนเสียงหนูร้องเอยู่ในรถ อาจจะด้านหน้า หรือ ด้านหลัง หมายถึงผ้าเบรกกำลังหมดอายุการใช้งาน ถ้าได้ยินแล้วอย่ารอช้า รีบหาเวลาไปเปลี่ยนผ้าเบรกก่อนจะทำความเสียหายต่อชุดจานเบรก

     7.รถเร่งแล้วอืดกว่าเดิม

     ถ้าเมื่อไรเร่งแล้วรู้สึกว่าไม่พุ่งเหมือนเดิม แต่ไม่มีความผิดปกติอย่างอื่น เช่น รอยน้ำมัน นั่นหมายถึงอาจจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว แต่หากถ่ายมาแล้วและยังวิ่งอืดอยู่ ก็จะมีอีก 2 เรื่อง คือ กรองน้ำมันเชื้อเพลิง กรองอากาศ อาการรถมีอัตราเร่งถอยนี้ มีผลโดยตรงต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

เช็ครถง่ายๆใน 10 นาทีก่อนเดินทางไกล

 ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นเวลาที่หลายคนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกันอย่างล้นหลาม ซึ่งก่อให้เกิดทั้งปัญหารถติดขัด รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าปกติ เราจึงขอแนะนำวิธีเช็ครถง่ายๆภายใน 10 นาที เพื่อให้การเดินทางของคุณผู้อ่านราบรื่นที่สุดไงล่ะครับ



     หลายคนคงละเลยการเช็คสภาพรถกันมาเป็นระยะเวลานาน เพราะเข้าใจว่ารถตัวเองยังใหม่อยู่ หรือวางใจศูนย์บริการเนื่องจากนำรถเข้าเช็คระยะได้เพียงไม่นาน ดังนั้น ไม่ว่ารถของคุณจะเก่าหรือใหม่ นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ตรวจสอบรถยนต์คันโปรดด้วยตัวเอง สิ่งที่ควรเช็คมีดังนี้



     1. เช็คระดับของเหลวในห้องเครื่อง

     ของเหลวที่ต้องครวจเช็ค ได้แก่ น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ, น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์,  น้ำมันเบรก, น้ำกลั่นแบตเตอรี่, น้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำและถังพัก (ถ้ามี), น้ำฉีดกระจกรถยนต์ ฯลฯ

     ทุกอย่างที่กล่าวมานี้ควรอยู่ในระดับปกติ ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป หากน้ำมันจุดไหนมีลักษณะเป็นสีดำกว่าปกติอันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพ ควรรีบเปลี่ยนก่อนการเดินทางไกล เนื่องจากรถที่ขับเป็นระยะทางไกลๆ จำเป็นต้องใช้รอบเครื่องยนต์สูงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประสิทธิภาพน้ำมันที่ดีจะช่วยลดการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆได้



     2. เช็คลมและสภาพยางรถยนต์

     ควรตรวจสอบลมยางทุกเส้นไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป รวมถึงสภาพดอกยางไม่ควรลึกน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และต้องไม่มีรอยฉีก บวม แต่อย่างใด ทางที่ดีควรตรวจสอบสภาพแก้มยางด้านในด้วย รวมถึงยางอะไหล่ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน



     3. เช็คระบบกันสะเทือน

     สามารถเช็คได้ง่ายๆด้วยการใช้น้ำหนักตัวขย่มลงไปบริเวณตัวถังรถ 1 ครั้ง โดยทำทั้ง 4 ล้อ หากโช็คอัพยังอยู่ในสภาพดี รถจะเด้งกลับขึ้นมาแล้วหยุดทันที (หากลองฟังเสียงจะมีเสียง 'ฟื้ด' เบาๆตามจังหวะการเด้งของตัวรถด้วย) แต่หากโช็คอัพเสื่อมสภาพ ตัวรถจะเกิดอาการกระเด้งต่อเนื่องหลายครั้งจนกว่าจะหยุด ทางดีที่ควรรีบเปลี่ยนโช็คอัพเสียก่อน เนื่องจากมีผลต่อประสิทธิภาพการเกาะถนนโดยตรง





     4. เช็คอุปกรณ์ส่องสว่าง

     เช็คอุปกรณ์ส่องสว่างทั้งภายนอก-ภายในทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า, ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว, ไฟเบรก รวมถึงไฟเบรคดวงที่ 3 ซึ่งหลายรุ่นถูกติดตั้งไว้ภายในรถ หากหลอดใดขาดควรรีบเปลี่ยนโดยทันที



     5. เช็คเสียงผิดปกติ

     ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์ไม่มีเสียงผิดปกติ ทั้งขณะเปิดแอร์ และเร่งเครื่อง ซึ่งเสียงที่พบบ่อยมักเป็นเสียงของสายพานที่เกิดการเสื่อมสภาพ จนมีเสียงดังเอี๊ยดจากห้องเครื่องในขณะเร่งเครื่อง รวมถึงต้องไม่มีเสียงดังเอี๊ยดจากเบรก ซึ่งมักบ่งบอกว่าผ้าเบรคใกล้หมดแล้ว หากมีเสียงผิดปกติเหล่านี้ควรรีบแก้ไขเสียก่อน



     6. เช็ควันหมดอายุพรบ.และประกันภัย

     ควรตรวจสอบวันหมดอายุของพรบ.และประกันภัยให้ดีเสียก่อนออกเดินทาง และควรทำความเข้าใจเงื่อนไขของประกันภัยที่ซื้อไว้ให้ดี โดยเฉพาะประเภท 2 พลัส และ 3 พลัสทั้งหลาย





     7. เช็คอุปกรณ์จำเป็นติดรถ

     หากเกิดเหตุฉุกเฉินยามอยู่ต่างถิ่นที่ไม่คุ้นเคย การพึ่งตัวเองให้ได้ก่อนถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นจึงควรหาอุปกรณ์ติดรถเผื่อไว้สำหรับยามฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น สายลากจูง, สายพ่วงแบตเตอรี่, น้ำสะอาด (เผื่อกรณีต้องเติมหม้อน้ำ), ป้ายเตือนสะท้อนแสง รวมถึงไฟฉายเล็กๆติดรถไว้ เป็นต้น



     8. เตรียมความพร้อมของผู้ขับ

     สิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากสภาพรถที่สมบูรณ์ ก็คือความพร้อมของผู้ขับขี่นั่นเอง ทางที่ดีควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง อาจเตรียมน้ำ ขนม ลูกอม ไว้ทานเล่นๆระหว่างทาง หากรู้สึกง่วงก็ควรเปลี่ยนคนขับ หรือแวะปั๊มล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย



     สุดท้ายนี้ ทีมงาน Sanook!Auto ก็ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านเดินทางถึงจุดหมายด้วยสวัสดิภาพ ปลอดภัยทุกท่านครับ

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

วิธีการดูแลเบาะรถยนต์


การดูและเบาะรถยนต์เราจะแนะนำ โดยการการแบ่งเบาะรถยนต์เป็น 3 ประเภทดังนี้ 


1. เบาะหนังแท้



- ไม่ควรอมความร้อน
- มีผิวสำผัสที่รู้สึกดีกว่าวัสดุชนิดอื่น
- ดูหรูหรา ภูมิฐาน
- มีความคงทนสูง (ถ้าใช้และดูแลอย่างถูกวิธี)
- รักษายากกว่าวัสดุตัวอื่น
-อาจเกิดเสียงดัง ออดแอดอันเกิดจากการเสียดสีของผิวสัมผัส
- เก็บความชื้นได้ดีกว่าหนังเทียมโดยทั่วไปคุณสมบัติของผ้าที่ถือว่าดีมีความคงทนถาวรที่สุดชนิดหนึ่งก็คือหนังแท้ทั้งยังให้ความรู้สึกที่หรูหรามากกว่าผ้าชนิดอื่นแต่ราคาก็แพงกว่าอยู่มาก

วิธีการดูแลรักษาเบาะหนังแท้

อย่าให้ถูกแสงแดดนานๆเพราะจะทำให้ผ้ากรอบได้เร็วกว่าปกติอันเนื่องมาจากรังสีUV พยายามอย่าโดนน้ำหรือความชื้นเพราะผ้าหนังแท้มีคุณสมบัติซึมน้ำได้พอสมควรและที่สำคัญเมื่อหนังเกิดความชื้นขึ้นจะทำให้ตัวแบททีเรียที่ฝังอยู่ข้างในออกมาเดินเพ่นพ่านส่งกลิ่นอับอย่าเช็ดเบาะด้วยน้ำยาเคลือบเบาะบ่อยนักควรใช้เท่าที่จำเป็น เพราะว่าเมื่อเราเช็ดไปแล้วนั้นน้ำยาต่างๆที่เราใช้เช็ดจะเข้าไปฝั่งอยู่ภายในทำให้ผ้านุ่มดูเหมือนใหม่(ฟังแล้วดูดีจัง)แต่เมื่อใดที่สารดังกล่าวเสื่อมก็จะกลายเป็นสารที่มีความหนืดสูงซึ่งจะทำให้ผ้าแข็งขึ้นทำให้ต้องทาซ้ำใหม่เพื่อให้กลับมานิ่มเหมือนเดิม โดยจริงๆ แล้วนั้นบางบริษัทที่มีรถยนต์ระดับหรูหราและร้านเบาะรถยนต์เขาจะใช้Vaselineทาบางๆจะทำให้ผ้าไม่กรอบง่ายแต่ต้องทาบ่อยๆเพราะเขาจะติดอยู่แค่ผิวนอกอาจจะหลุดออกได้ง่ายหน่อย แต่ในเมื่อถ้าเราอยากจะใช้เบาะหนังแท้ให้สวยก็ต้องรักษากันหน่อยละกัน


2. เบาะหนังเทียม



- รักษาง่ายกว่าวัสดุตัวอื่น
- ไม่เก็บความชื้น
- อมความร้อน
- ผิวสัมผัสสบายไม่อบ
- ไม่ทนทานเท่าวัสดุตัวอื่นๆวิธีการรักษาของวัสดุตัวนี้ไม่ยุ่งยากจัดได้ว่าง่ายที่สุดก็ได้

วิธีการดูแลรักษาเบาะหนังเทียม

อย่าให้โดนแดดบ่อยนักอันนี้เป็นเหมือนกันทุกอย่างโดยบ่อยๆเสื่อมเร็วอย่างเช่นยางต่างๆเสื่อมเร็วกว่าเมืองนอกตั้งเยอะนำเข้าก็แพง ภาษีโหดร้ายเลยต้องทนๆ เอาถ้าเบาะเลาะก็ใช้ผ้าชุบน้ำให้แล้วบิดพอหมาดเช็ดเหมือนกับที่เช็ดแผงประตูหรือแผงหน้าปัทนั้นแหละคุณสมบัติไม่ต่างกันเท่าใหร่สำหรับเบาะชนิดนี้ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำยามาเคลือบเงาอีกบางทีน้ำยาเคลือบเงาแพงกว่าค่าผ้าเสียอีก


3. เบาะกำมะหยี่,เบาะผ้า

- ไม่อมความร้อน
- มีผิวสำผัสที่รู้สึกดีกว่าหนังเทียม
- ดูหรูหรา ภูมิฐานรองมาจากหนังแท้
- มีความคงทนสูง(ถ้าใช้และดูแลอย่างถูกวิธี) 
- รักษายาก
- เก็บความชื้นได้ดี
- มีกลิ่นอับง่าย

วิธีการดูแลรักษาเบาะกำมะหยี่,เบาะผ้า

การดูแลรักษาเบาะกำมะหยี่,เบาะผ้าเห็นจะยากที่สุดก็เป็นเรื่องของความสะอาดเพราะเป็นวัสดุที่มีความสามารถเก็บสิ่งสกปรกต่างๆ ในตัวเองได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะของเหลวที่ใหลซึมเข้าสู่เนื้อในแล้วละก็ตัวผ้าจะเป็นด่างในทันที่โดยส่วนมากวัสดุชนิดนี้ที่นำมาใช้ในรถยนต์นั้นมักจะใช้สีเข้มเพื่อเป็นการเลี่ยงสีไม่ให้เห็นสิ่งสกปรกด้านใน

วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ข้อสอบใบขับขี่ ปี 2558 จำนวน 740 ข้อ พร้อมเฉลย

ชุดข้อสอบในทั้งหมดในกลุ่ม

วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ชนิดของใบขับขี่ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ชนิดของใบขับขี่อายุ (ปี)อัตราค่าธรรมเนียม (บาท)
1. ใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว
- ใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว
- ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อชั่วคราว
- ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว

1
1
1

100
50
50
2. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล5500
3. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล5250
4. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ3300
5. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ3150
6. ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล5250
7. ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ3150
8. ใบอนุญาตขับรถบดถนน5250
9. ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์5250
10. ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นนอกจาก (1) ถึง (9)5100
11. ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี (ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ)1500

ผู้ประสงค์จะทำใบขับขี่แบบใหม่ (บัตรพลาสติก) จะต้องชำระค่าถ่ายรูปและพิมพ์บัตรฉบับละ 100 บาท

10 วิธีเซฟน้ำมันรถยนต์

    แม้ว่าราคาน้ำมันช่วงจะลดต่ำลงยั่วใจขาเที่ยวให้ผุดไอเดียขับรถไปต่างจังหวัดกันแบบสบายกระเป๋า แต่เราก็ขอบอกกล่าว 10 วิธีง่ายๆช่วยขับรถได้อย่างประหยัดน้ำมัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 จะได้มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายอย่างอื่นนั่นไงล่ะครับ



     1.ควรเก็บสัมภาระหรือของหนักๆที่ไม่จำเป็นออกจากรถเพื่อจะได้ลดน้ำหนัก ซึ่งการเพิ่มน้ำหนักจะทำให้รถกินน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 20% ตามระยะทางที่วิ่งเชียวนะครับ



     2.ควรอุ่นเครื่องยนต์อย่างน้อยสัก 1 นาที ในหน้าร้อน และ 3 นาที ในหน้าหนาว ซึ่งเครื่องยนต์จะได้ไม่ใช้กำลังฉุดมากและการหล่อลื่นจะสมบูรณ์ขึ้นด้วยนะครับ



     3.ค่อยๆ ออกตัวเมื่อรถจอดนิ่งที่ 1,000-2,000 รอบ จะได้ความนิ่มนวล ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ด้วย



     4.ควรใช้เกียร์สูงขึ้นเมื่อรถวิ่งได้ 2,500 รอบ ขึ้นไป เพราะการลากเกียร์จะทำให้ชุดเกียร์ทำงานหนักจนอายุการใช้งานสั้นลงและทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วยครับ



     5.เครื่องยนต์ 2,000 cc. ขึ้นไป หรือรถยนต์ขนาดกลางนั้น ความเร็วคงที่ๆประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงคือ 110 Km./h. ส่วน เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 cc.หรือรถยนต์ขนาดเล็ก ความเร็วคงที่ๆประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงคือ 90 Km./h. ซึ่งการรักษาเสถียรภาพความเร็วตามนี้ได้ ทำให้รถยนต์กินน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยที่สุดขณะรถวิ่งนะครับ





     6.ควรพักรถสัก 15 นาที เมื่อขับรถเกิน 4 ชั่วโมง เพื่อให้ความร้อนลดลง ซึ่งจะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นในระบบคลายความร้อนลงและกลับมามีคุณสมบัติที่ดีอีกครั้งหนึ่ง



     7.เกียร์ถอยหลังจะกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากที่สุดนะครับ ควรค่อยๆ ถอยหลังไม่ต้องเร่งเครื่องยนต์มากเกินไป โดยเกียร์ถอยหลังจะใช้อัตราทด และใช้แรงฉุดมากกว่าทุกเกียร์



     8.ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม และไม่ควรหยุดรถหรือเบรกรถโดยพร่ำเพรื่อ  ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและ ทำให้ไม่สิ้นเปลืองผ้าเบรกโดยไม่จำเป็น ด้วยครับ



     9.ก่อนถึงปลายทางสัก 500 เมตร ควรปิดคอมเพรสเซอร์แอร์เพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และพัดลมจะเป่าลมไล่ความชื้นในตู้แอร์ ไล่เชื้อราที่สะสมอยู่ในความชื้นอีกด้วย



     10.ตรวจสอบลมยางให้สม่ำเสมอ ทุกๆ 2 อาทิตย์ หากลมยางอ่อนรถจะวิ่งได้ช้าลง ขอบยางจะสึกมากและยางจะหมดอายุก่อน กำหนด รวมทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วยครับ



     ที่มา OLX.co.th

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เฉลยข้อสอบใบขับขี่ 50 ข้อ ชุดมารยาทและจิตสำนึก

เฉลยข้อสอบใบขับขี่ 50 ข้อ ชุดมารยาทและจิตสำนึก

http://www.thaitestonline.com

#####เฉลยของข้อสอบคือข้อที่เป็นตัวหนา#####
1. เมื่อขับรถเข้าเขตชุมชนที่มีการจราจรติดขัด ผู้ขับรถควรทำอย่างไร
ก. บีบแตรเพื่อเร่งรถคันหน้าและเตือนคนเดินถนนให้หลีกทางไป.
ข. ขับช้าๆ โดยระมัดระวังคนเดิน ใช้แตรเมื่อจำเป็นเพื่อเตือนคนเดินถนนหรือรถคันอื่นเท่านั้น.
ค. ขับเบียดรถที่จอดหรือคนเดินถนนโดยล้ำไปยังช่องจราจรที่สวนมา.
ง. ขับย้อนศรเพื่อหนีการจราจรติดขัดไปยังเส้นทางอื่น
2. สิ่งใดที่ผู้ขับรถไม่ควรทำเมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียวให้ขับเคลื่อนรถไปได้
ก. ค่อยๆ เคลื่อนรถออกโดยทิ้งช่วงห่างกับคันหน้าพอสมควร.
ข. ชะลอให้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้าเคลื่อนออกไปก่อน.
ค. ตรวจสอบรถในทางแยกอื่นที่อาจวิ่งออกมาก่อนที่จะขับเข้าสู่ทางแยกด้านหน้า.
ง. บีบแตรเร่งรถคันหน้าให้เคลื่อนตัวออกโดยเร็ว
3. ในกรณีที่ท่านขับรถผ่านซอยที่มีรถรอออกเป็นจำนวนมากควรปฏิบัติอย่างไร
ก. บีบแตรหรือให้สัญญาณไฟเตือนรถที่จะออกจากซอยก่อนขับผ่านไป.
ข. เปิดทางให้รถออกจากซอยได้บ้างสลับกับรถทางตรง.
ค. พยายามขับให้ชิดคันหน้าเพื่อไม่ให้รถในซอยแทรกออกมา.
ง. ขับรถผ่านซอยด้วยความเร็วเพื่อส่งสัญญาณว่าขอไปก่อน
4. การขับรถผ่านชุมชน โรงเรียน หรือสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ชะลอความเร็ว บีบแตรเสียงดัง.และใช้ความระมัดระวัง.
ข. ชะลอความเร็ว และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่.
ค. บีบแตรและชะลอความเร็ว.
ง. บีบแตร และเร่งความเร็วเพื่อให้พ้นไปโดยเร็ว
5. ท่านคิดว่าข้อใดเป็นการขับขี่รถที่ไร้ซึ่งจิตสำนึก.
ก. ขับรถในขณะที่อ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือดื่มสุรา.
ข. ชะลอความเร็วและระมัดระวังเมื่อขับรถผ่านสถานศึกษาที่มีนักเรียนพลุกพล่าน.
ค. เมื่อรู้สึกว่าอ่อนเพลีย ง่วงนอน ให้หยุดรถพักผ่อนทันที.
ง. ไม่มีข้อใดถูกเลย
6. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องที่สุด
ก. ขับรถโดยมีใบขับขี่ที่ถูกต้อง.และปฏิบัติตามกฎจราจร.
ข. ศึกษาเรียนรู้ในกฎจราจร.
ค. ศึกษาเรียนรู้ในกฎจราจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ.
ง. ตั้งใจฟังการถ่ายทอดอบรมเพื่อสอบใบขับขี่
7. การขับรถบนทางด่วนที่ถูกต้อง.เหมาะสม ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถช้าในช่องทางด้านขวา.
ข. ขับรถอย่างรวดเร็วในช่องทางด้านขวา.
ค. ไม่ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด.
ง. ไม่ให้ขับรถแซงทางด้านซ้าย
8. ใครบ้างที่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารไปในรถยนต์เพื่อความปลอดภัยของชีวิต
ก. คนขับรถและผู้โดยสารทุกคนทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่นั่งตอนหน้าและตอนหลังรถ.
ข. คนขับรถและผู้โดยสารที่นั่งตอนหน้ารถเท่านั้น.
ค. คนขับรถและผู้โดยสารที่มีอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป เพราะสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้.
ง. คนขับรถและผู้โดยสาร ยกเว้นคนแก่กับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปีลงมา
9. ท่านคิดว่าผู้ขับขี่ ควรปฏิบัติตนอย่างไรในการขับขี่รถให้เกิดความปลอดภัย
ก. พูดคุยหยอกล้อกับแฟนสาวในขณะขับรถ.
ข. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ.
ค. ดื่มสุรา เที่ยวดึก.นอนดึกเพื่อตื่นแต่เข้ามาขับรถ.
ง. ไม่ประมาท มีวินัย และเคารพในกฎจราจร
10. การกระทำใดของผู้ขับรถซึ่งเป็นการกระทำที่แสดงถึงความมีมารยาทและน้ำใจให้แก่ผู้ใช้ถนนร่วมกัน
ก. ขับรถแซงคิวแทรกเข้าตรงเชิงสะพานหรือก่อนเข้าซอย.
ข. ขับรถบนไหล่ทางเพื่อไปแทรกเข้าด้านหน้าในช่องจราจรปกติ.
ค. กลับรถบนถนนที่มีช่องจราจรสวนทางกันในลักษณะกีดขวางการจราจร.
ง. ไม่หยุดรถบนเส้นทแยงสีเหลืองหรือบริเวณปากซอยและเปิดทางให้รถในเส้นทางอื่นสามารถขับผ่านไปได้ในขณะที่รถท่านติดการจราจร
11. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง.
ก. ตรวจเช็กบ้าง.ไม่ตรวจเช็กบ้าง.
ข. ไม่เคยตรวจสอบ ดูแล บำรุงรักษารถ.
ค. ตรวจสอบรถปีละ 1 ครั้ง.
ง. ตรวจเช็กรถตามคู่มือประจำรถ
12. สิ่งใดที่ผู้ขับรถควรทำเมื่อได้รับสัญญาณไฟเหลือง.
ก. ชะลอรถและหยุดรถที่เส้นขาวให้หยุดรถเพื่อป้องกันการขับฝ่าสัญญาณไฟแดง.
ข. บีบแตรเร่งรถคันหน้าให้ขับเร็วขึ้นเพื่อให้รถเราไม่ติดสัญญาณไฟแดง.
ค. ขับเปลี่ยนเลนเพื่อแซงรถขึ้นไปให้พ้นสัญญาณไฟแดง.
ง. ขับตามคันหน้าไปโดยฝ่าสัญญาณไฟแดง
13. หากในขณะขับรถ ท่านสังเกตเห็นรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกหรือรถอื่นๆ ที่ผู้ขับรถมีพฤติกรรมขับรถประมาท น่าหวาดเสียวและอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ท่านจะจัดการอย่างไร
ก. เปิดไฟฉุกเฉินแจ้งเตือนรถคันหลัง.
ข. ขับรถขึ้นแซงให้พ้นไปอย่างรวดเร็ว.
ค. ขับรถไล่ตาม และบีบแตรเพื่อให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว.
ง. ควรชะลอรถให้ห่างจากรถคันดังกล่าว และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน
14. ท่านควรทำอย่างไรเมื่อผู้ขับรถคันอื่นให้สัญญาณไฟขอเข้าใช้ช่องจราจรร่วมกับท่าน
ก. ให้สัญญาณตอบรับโดยชะลอความเร็ว เว้นระยะให้รถคันนั้นสามารถเปลี่ยนช่องจราจรเบี่ยงเข้ามาได้อย่างปลอดภัย.
ข. บีบแตรเตือน รีบขับชิดรถคันหน้า กันไม่ให้เบี่ยงแทรกเข้ามา.
ค. ขับชิดรถคันหน้า พยายามเบียดไม่ให้รถคันหน้าแทรกเข้ามาด้านหน้ารถได้.
ง. เร่งความเร็วรถเป็นระยะ ไม่เปิดช่องว่างให้แทรกเข้ามาในช่องจราจรของเราได้
15. ทัศนคติและจิตสำนึกในการขับรถอย่างปลอดภัยของผู้ขับรถคืออะไร
ก. ขับรถช้า ใจเย็นv.
ข. ขับรถเก่งคล่องแคล่ว.
ค. ขับรถอย่างมีสติเคร่งครัดวินัยจราจรแสดงออกถึงมารยาทและน้ำใจ.
ง. ขับรถดีไม่เกิดอุบัติเหตุ
16. เมื่อขับรถในช่องจราจรขวาสุด และมีรถด้านหลังขับขึ้นมาด้วยความเร็วสูง.ท่านควรทำอย่างไร
ก. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย และเปลี่ยนไปยังช่องจราจรด้านซ้าย เพื่อให้รถที่มีความเร็วสูงกว่ารถของท่านแซงขึ้นไปอย่างปลอดภัย.
ข. เร่งความเร็วหนีรถด้านหลัง.พยายามขับทิ้งระยะให้ห่างจากรถคันหลัง.
ค. ขับด้วยความเร็วเดิม เพื่อให้รถด้านหลังเปลี่ยนช่องจราจรไปทางซ้าย.
ง. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย หักหลบไปยังช่องจราจรซ้าย เร่งความเร็วแข่งกับรถในช่องจราจรขวา
17. ท่านควรทำอย่างไรเมื่อผู้ขับรถคันอื่นเปิดทางให้ท่านไปก่อนหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรด้วย
ก. เร่งรถออกไปโดยตัดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไปด้วย.
ข. ก้มหัวหรือยกมือขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรในลักษณะเร่งร้อน.
ค. ก้มหัวขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรที่ขอเข้าร่วมด้วยความระมัดระวัง.
ง. ขับรถออกไปหรือเข้าร่วมช่องจราจรแบบช้าๆ และพยายามเบียดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไป
18. การขับรถผ่านช่วงทางโค้ง.ทางร่วม ทางแยก.ในช่วงเวลากลางคืนควรจะมีวิธีการใช้ไฟหน้ารถที่เหมาะสมอย่างไร
ก. ชะลอความเร็วก่อนเข้าทางแยก.แล้วกระพริบไฟและเปิดไฟฉุกเฉิน.
ข. ก่อนเข้าโค้ง.ให้กระพริบไฟ และลดเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถสวนทาง..
ค. ชะลอความเร็วก่อนเปิดไฟสูง.
ง. ชะลอความเร็วก่อนเปิดไฟต่ำ
19. การใช้ไฟสูงที่ถูกต้องและไม่เสียมารยาท
ก. เปิดไฟสูงเพื่อตรวจสอบสภาพถนนและริมถนน เฉพาะเส้นทางที่มืดมากและไม่มีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าหรือสวนทางมา และปิดไฟสูงทันทีที่มีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าหรือสวนทางมา.
ข. เปิดไฟสูงแทนไฟส่องสว่างเมื่อวิ่งบนถนนต่างจังหวัดที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างสองข้างทางและสามารถมองเห็นไฟท้ายรถคันหน้า.
ค. เปิดไฟสูงทุกครั้งเมื่อวิ่งเข้าทางโค้งที่มืดมากและมีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าหรือสวนทางมา.
ง. เปิดไฟสูงทุกครั้งเมื่อวิ่งบนถนนซึ่งเป็นทางขึ้นเนินหรือลงเนินที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางและสามารถ มองเห็นไฟหน้ารถที่วิ่งสวนทางมา
20. การให้สัญญาณไฟที่ถูกต้องเมื่อขับรถเข้าสู่ทางร่วมทางแยก.
ก. ให้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อต้องการขับรถตรงไป.
ข. ให้สัญญาณไฟเฉพาะเลี้ยวขวาเท่านั้น.
ค. ให้สัญญาณไฟทุกครั้งเมื่อต้องการเลี้ยวซ้ายหรือขวา.
ง. ไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยวขวาหรือซ้าย เมื่อขับตามรถคันหน้าที่ให้สัญญาณไฟเลี้ยวไปทางเดียวกัน
21. ท่านคิดว่าข้อใดเป็นการขับขี่ที่ไร้ซึ่งมารยาทอย่างมาก.
ก. ใช้ความเร็วรถปกติ เมื่อมีรถคันอื่นกระพริบไฟขอทาง.
ข. ขับรถชิดซ้าย หรือให้ทางแก่รถฉุกเฉิน.
ค. ขับรถจี้ท้าย และบีบแตรไล่บนทางด่วน.
ง. ชะลอความเร็วให้รถคันอื่นแซง
22. การขับรถเลี้ยวบริเวณทางแยกที่มีช่องจราจรมากกว่า 2 ช่องทาง.ข้อใดถูกต้อง.
ก. เปลี่ยนช่องจราจรไปทางซ้ายหรือขวาขณะอยู่ในทางเลี้ยว.
ข. ขับคร่อมช่องจราจรเพื่อตีวงได้กว้างขึ้น.
ค. ขับอยู่ในช่องจราจรเดิมตั้งแต่เริ่มเข้าทางแยกจนเลี้ยวเสร็จสิ้น.
ง. ขับในช่องจราจรซ้ายสุดแล้วเปลี่ยนไปช่องจราจรด้านขวาในขณะเลี้ยว
23. ผู้ขับรถควรทำอย่างไรให้แซงรถได้อย่างปลอดภัยและไม่เสียมารยาท
ก. บีบแตรให้สัญญาณก่อนแซง.เร่งความเร็วแซงซ้ายหรือขวาขึ้นไปตลอดเส้นทางที่รถวิ่ง.
ข. ให้สัญญาณไฟก่อนแซงเร่งความเร็วแซงขึ้นไปแซงแล้วรีบหักกลับเข้าช่องทางเดิมในระยะกระชั้นชิดลดความเร็วลงให้เท่ากับรถที่แซงขึ้นไป.
ค. บีบแตรให้สัญญาณก่อนแซงเร่งความเร็วแซงขึ้นไปแซงแล้ววิ่งรถคู่ขนานไปกับรถที่แซงขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง.
ง. ให้สัญญาณไฟก่อนแซง.เร่งความเร็วแซงขึ้นไป เว้นระยะห่างก่อนให้สัญญาณไฟขอกลับเข้าช่องจราจรเดิม เร่งความเร็วรถให้เหมาะสมกับรถที่อยู่ด้านหน้า
24. การกระทำใดของผู้ขับรถซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไร้มารยาทและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
ก. ขับรถตามรถด้านหน้าโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสม.
ข. ขับรถจี้ท้ายรถด้านหน้าที่ขับช้า พร้อมกับบีบแตรไล่.
ค. บีบแตรเตือนรถที่กำลังถอยหลังมาชนรถของท่านซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่.
ง. เปิดไฟตัดหมอกเมื่อฝนตกหนัก
25. ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องและแสดงมารยาทที่ดีของผู้ขับรถยนต์
ก. ไม่ใช่ผู้พิการแต่จอดรถในพื้นที่จอดรถของผู้พิการ.
ข. ต้องการไปทางตรงแต่ขับรถในช่องจราจรเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาหรือกลับรถ.
ค. กลับรถที่จุดกลับรถทุกครั้งแม้จะอยู่ไกล.
ง. จอดรถขวางรถคันอื่นโดยเข้าเกียร์และเบรกมือ
26. ในขณะที่ท่านขับรถและสังเกตเห็นว่าด้านหน้ามีผู้กำลังจะข้ามถนน ท่านจะทำอย่างไร
ก. พยายามขับรถผ่านไปอย่างรวดเร็ว.
ข. บีบแตรเสียงดัง.และขับรถผ่านไปอย่างรวดเร็ว.
ค. ลดความเร็วและหยุดรถด้วยความปลอดภัย เพื่อให้คนข้ามถนน.
ง. เบรกหยุดรถอย่างรวดเร็ว เพื่อให้คนข้ามถนน
27. ในการขับรถช่วงเวลากลางคืน ควรที่จะมีการใช้ไฟหน้ารถอย่างไร
ก. เปิดไฟสูง.ตลอดเวลาที่ขับขี่.
ข. เปิดทั้งไฟหน้า และไฟตัดหมอก.
ค. เปิดไฟหน้า ไฟตัดหมอก.และไฟกระพริบฉุกเฉิน.
ง. เปิดไฟต่ำเมื่อมีรถอยู่ด้านหน้าและรถสวนทางมา
28. สิ่งที่ผู้ขับรถควรทำเมื่อเห็นคนยืนบนฟุตบาทและแสดงท่าที่จะข้ามถนนตรงทางม้าลาย
ก. บีบแตรเตือนคนที่จะข้ามถนนและเร่งความเร็วผ่านไป.
ข. แตะเบรกเตือนให้รถหลังรู้ว่าท่านกำลังจะหยุดรถ และหยุดรถตรงทางม้าลาย.
ค. ขับรถตามหลังท้ายคันหน้าอย่างกระชั้นชิดโดยไม่หยุดให้คนข้ามถนน.
ง. ขับรถแซงคันที่จอดรถให้คนข้ามและขับผ่านไปโดยเร็ว
29. ท่านคิดว่าผู้ขับขี่ ควรปฏิบัติตนอย่างไรในการขับขี่รถให้เกิดความปลอดภัย
ก. พูดคุยหยอกล้อกับแฟนสาวในขณะขับรถ.
ข. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ.
ค. ดื่มสุรา เที่ยวดึก.นอนดึกเพื่อตื่นแต่เข้ามาขับรถ.
ง. ไม่ประมาท มีวินัย และเคารพในกฎจราจร
30. การขับรถเข้าวงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรควรปฏิบัติอย่างไร
ก. การขับรถเข้าวงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรควรปฏิบัติอย่างไร.
ข. ให้รถทางซ้ายมือของเราที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน.
ค. ให้รถที่เข้าวงเวียนและจะเลี้ยวซ้ายไปก่อน.
ง. ให้รถที่เข้าวงเวียนและจะตรงไปให้ไปก่อน
31. หากมีผู้ขับรถกำลังกลับรถเข้ามาในช่องทางที่ท่านขับรถอยู่ ท่านจะตัดสินใจทำอย่างไร
ก. มีใจกรุณาโอบอ้อมอารีให้ทางแก่ผู้กลับรถ.
ข. หงุดหงิด บีบแตรไล่ แต่หยุดรถให้.
ค. เร่งความเร็วเพื่อขอทางไม่ให้กลับรถ.
ง. หลบรถโดยแซงไปอีกช่องทางหนึ่ง

http://www.thaitestonline.com


ข้อสอบใบขับขี่ 2557 พร้อมเฉลย ,ข้อสอบรถยนต์2557,แนวข้อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่,ข้อสอบทําใบขับขี่รถยนต์ 2557,แนวข้อสอบสอบใบขับขี่ 2557,ข้อสอบใบขับขี่2557,แบบทดสอบใบขับขี่ 2557,ฝึกทําข้อสอบใบขับขี่,แบบข้อสอบใบขับขี่รถยนต์2557,แบบทดสอบใบขับขี่,ทำข้อสอบออลายรถยนต ,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ ,ข้อสอบออนไลน์ใบขับขี่ ,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ ออนไลน์แบบทดสอบพร้อมเฉลย,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์,ข้อสอบใบขับขี่,รวมแนวข้อสอบพร้อมเฉลยใบขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ปี 2557,ข้อสอบใบขับขื่,แนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์,ข้อสอบรถยนต์,แนวข้อสอบใบขับขี่ บ3,ติวสอบใบขับขี่ หมวด ว่าด้วยรถยนต์ ,ทดสอบใบขับขี่จักรยานยนต์,การสอบใบขับขี่รถยนต์,สอบใบขับขี่ รถยนต์ 2557,เตรียมสอบใบขับขี่

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เฉลยข้อสอบ แนวข้อสอบ ทำขออนุญาตใบขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์

เฉลยแนวข้อสอบใบขับขี่แยกตามหมวด

เฉลยข้อสอบ แนวข้อสอบ ทำขออนุญาตใบขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์

1 ) ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด กฎหมายว่าด้วยรถยนต์
2 ) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก
3 ) ข้อสอบใบขับขี่จริง.หมวด เครื่องหมายพื้นทาง
4) ข้อสอบใบขับขี่จริง.หมวด ป้ายบังคับ
5) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด ป้ายเตือน
6) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด ป้ายแนะนำ
7) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด มารยาทและจิตสำนึก
8) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย
9) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด การบำรุงรักษารถ
10.ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด รูปภาพจราจร
11. ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด การรับรู้สัญาณอันตราย
12 ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด กฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายอาญา

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เฉลยข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด กฎหมายว่าด้วยรถยนต์

เฉลยข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด กฎหมายว่าด้วยรถยนต์

http://www.thaitestonline.com

#####เฉลยของข้อสอบคือข้อที่เป็นตัวหนา#####
1. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก. รถที่ผู้ผลิตหรือประกอบเพื่อจำหน่ายหรือที่ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่าย ผลิต ประกอบหรือนำเจ้า และยังมิได้จำหน่ายให้แก่ผู้อื่น.
ข. รถสามล้อส่วนบุคคล.
ค. รถจักรยานยนต์นำมาใช้ในหมู่บ้าน.
ง. รถของวัด
2. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. ไม่เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท.
ข. ขับด้วยความเร็วเมื่อผู้โดยสารเร่งรีบ.
ค. ตามใจผู้โดยสารเพื่อให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด.
ง. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
3. ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้.
ข. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด.
ค. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่เร็วที่สุด.
ง. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่อ้อม
4. ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วราวต้องมีอายุกี่ปี
ก. ไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์.
ข. ไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์.
ค. ไม่ต่ำกว่า 17 ปี บริบูรณ์.
ง. ไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์
5. ใบอนุญาตขับรถชำรุดในสาระสำคัญต้องแจ้งนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันทราบเหตุนั้น
ก. 30 วัน.
ข. 15 วัน.
ค. 60 วัน.
ง. 90 วัน
6. กรณีถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน
ก. 15 วัน.
ข. 30 วัน.
ค. 60 วัน.
ง. 90 วัน
7. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. ชวนผู้โดยสารคุยเพื่อความเป็นกันเอง.
ข. เมื่อง่วงก็ขออนุญาตผู้โดยสารจอดนอน.
ค. ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ.
ง. แจกหมายเลขโทรศัพท์เพื่อหาลูกค้า
8. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถบดถนนของเอกชน.
ข. รถบดของรัฐวิสาหกิจ.
ค. รถแทรกเตอร์ของเอกชน.
ง. รถแทรเตอร์ส่วนบุคคล
9. รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
ก. 1 ปี.
ข. 3 ปี.
ค. 2 ปี.
ง. 5 ปี
10. ในขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสารใดใช้คู่กับใบอนุญาตขับรถ
ก. บัตรประจำตัวประชาชน.
ข. สำเนาทะเบียนบ้าน.
ค. สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ.
ง. บัตรประกันสังคม
11. รถประเภทใดต่อไปนี้ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้
ก. รถจักรยานยนต์สาธารณะ.
ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล.
ค. รถยนต์ส่วนบุคคล.
ง. รถตู้ส่วนบุคคล
12. ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราวมีอายุกี่ปี
ก. 1 ปี.
ข. 2 ปี.
ค. 3 ปี.
ง. 5 ปี
13. ข้อใดถูกต้อง.
ก. มีสัญชาติไทย.
ข. ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร.
ค. ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ.
ง. ถูกทุกข้อ
14. รถยนต์ ไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (ป้ายแดง) ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ขับได้ในช่วงเวลาใด
ก. ขับได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง.16.00 น..
ข. ขับได้ตลอดเวลา.
ค. ห้ามขับเพราะยังไม่ได้เสียภาษี.
ง. ขับได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก
15. รถยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
ก. 5 ปี.
ข. 6 ปี.
ค. 3 ปี.
ง. 7 ปี
16. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถดับเพลิงของ.อบต..
ข. รถตู้ส่วนบุคคล.
ค. รถตู้รับจ้าง.
ง. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
17. ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 "รถยนต์บริการ" หมายความว่า
ก. รถยนต์ให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน.
ข. รถยนต์บรรทุกคนโดยสารซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน.
ค. รถยนต์บรรทุกคนโดยสารหรือให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน.
ง. รถยนต์บรรทุกคนโดยสารหรือให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารเกินเจ็ดคน
18. กรณีเจ้าของรถมีภารกิจไม่สามารถมาดำเนินแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อใดถูกต้อง.
ก. ไม่เสียค่าปรับ เนื่องจากจำเป็น.
ข. มีความผิด ต้องชำระค่าปรับโอนเกินกำหนด.
ค. รถไม่สามารถแจ้งย้ายได้.
ง. ผิดทุกข้อ
19. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก. รถที่เจ้าของรถแจ้งการไม่ใช้รถ.
ข. รถยนต์นำเข้า.
ค. รถสามล้อส่วนบุคคล.
ง. รถจักรยานยนต์นำมาใช้ในหมู่บ้าน
20. ใบอนุญาตขับรถสูญหายต้องแจ้งนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันทราบเหตุนั้น
ก. 15 วัน.
ข. 30 วัน.
ค. 60 วัน.
ง. 90 วัน
21. ใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราวมีอายุกี่ปี
ก. 2 ปี.
ข. 1 ปี.
ค. 3 ปี.
ง. 4 ปี
22. การโอนรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 15 วัน.
ข. 45 วัน.
ค. 20 วัน.
ง. 30 วัน
23. ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชนิด 5 ปีต่ออายุล่วงหน้ากี่เดือน
ก. 1 เดือน.
ข. 3 เดือน.
ค. 4 เดือน.
ง. 5 เดือน
24. ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด.
ข. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้.
ค. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่เร็วที่สุด.
ง. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่อ้อม
25. รถที่สามารถนำมาจดทะเบียนต้องมีลักษณะอย่างใด
ก. รถต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบถูกต้องและผ่านการตรวจสภาพรถ.
ข. รถต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบถูกต้อง.
ค. รถที่ซื้อจากศูนย์จำหน่ายรถทั่วไป.
ง. รถที่ผ่านการตรวจสภาพรถจาก.สถานตรวจภาพรถเอกชน
26. ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต้องส่งคืนใบอนุญาตขับรถให้แก่นายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 30 วัน.
ข. 15 วัน.
ค. 60 วัน.
ง. 90 วัน
27. ข้อใดถูกต้อง
ก. ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้.
ข. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้.
ค. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้.
ง. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
28. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถยนต์รับจ้าง.
ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล.
ค. รถดับเพลิง.
ง. รถตู้ส่วนบุคคล
29. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถของสภากาชาดไทย.
ข. รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู.
ค. รถของวัด.
ง. รถของมูลนิธ่สายใจไทย
30. นายแดง.ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ข้อใดถูกต้อง.
ก. นายแดง.ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน.
ข. นายแดงต้องได้รับใบอนุญาตขับรถมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี.
ค. นายแดง.ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้.
ง. ถูกทุกข้อ
31. รถที่ไม่ได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละเท่าใด
ก. ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน.
ข. ร้อยละ 1 บาทต่อปี.
ค. ร้อยละ 10 บาทต่อเดือน.
ง. ร้อยละ 10 บาทต่อปี
32. เมื่อรถทะเบียนระงับ หากประสงค์จะจดทะเบียนรถใหม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพรถที่ใด
ก. สำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ.
ข. สถานตรวจสภาพเอกชนในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ.
ค. สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ.
ง. ไม่สามารถจดทะเบียนรถได้เนื่องจากทะเบียนระงับแล้ว
33. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถตู้ส่วนบุคคล.
ข. รถของมูลนิธิ.
ค. รถของวัด.
ง. รถของกระทรวง.ทบวง.กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และราชการส่วนท้องถิ่นที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ เฉพาะรถที่มิได้ใช้ในทางการค้าหรือกำไร
34. รถที่จดทะเบียนแล้ว หากประสงค์จะเปลี่ยนสีรถต้องดำเนินการอย่างไร
ก. ดำเนินการเปลี่ยนสีได้ทันที.
ข. แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน.
ค. แจ้งนายทะเบียนภายใน 30 วัน.
ง. แจ้งนายทะเบียนภายใน 7 วัน
35. บุคคลในข้อต่อไปนี้บุคคลใดสามารถขอรับใบอนุญาตขับรถได้
ก. นายชาย ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้.
ข. นางหญิงเป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน.
ค. นายดำ เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดใบอนุญาต.
ง. นางแดง.เป็นวัณโรค
36. ข้อใดถูกต้องในขณะขับรถ
ก. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ.
ข. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ.
ค. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ.
ง. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ
37. รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบสามปี จะมีผลตามกฎหมายอย่างใด
ก. ทะเบียนระงับ.
ข. สามารถนำรถไปตรวจสภาพและต่อภาษีประจำปีได้.
ค. สามารถกระทำได้ตามข้อ 1 และ 2.
ง. สามารถนำรถไปแจ้งไม่ใช้ตลอดไปและจดทะเบียนใหม่ได้
38. หากปรากฏภายหลังว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตขับรถ ท่านจะปฏิบัติอย่างไร
ก. แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตและนำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคืนกรมการขนส่งทางบก.
ข. แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาต.
ค. ใช้ใบอนุญาตขับรถนั้นต่อไป.
ง. นำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคื
39. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. ไม่ก้าวร้าว ดูหมิ่นผู้โดยสาร.
ข. พูดคุยเสียงดัง.
ค. ใส่เสื้อยืดขับรถ.
ง. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
40. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถแทรกเตอร์ของเอกชน.
ข. รถแทรกเตอร์ของรัฐวิสาหกิจ.
ค. รถบดถนนของเอกชน.
ง. รถบดถนนของผู้ว่าราชการจังหวัด
41. ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 "รถยนต์" หมายความว่า
ก. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่.
ข. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล.
ค. รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล.
ง. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล
42. ข้อใดผิด
ก. รถยนต์ส่วนบุคคล นำมาใช้รับจ้างได้.
ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ห้ามนำมาใช้ในการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร.
ค. รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้เพื่อการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร.
ง. รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้ในกิจการส่วนตัวได้
43. ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 "รถจักรยานยนต์" หมายความว่า
ก. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีถ่วงข้างมีล้ออีกไม่เกินหนึ่งล้อ.
ข. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ.
ค. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์มีล้อไม่เกินสองล้อ.
ง. รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อเกินสองล้อ
44. ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 "รถ" หมายความว่า
ก. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง.
ข. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง..
ค. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.รถบดถนน รถแทรกเตอร์.
ง. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.รถแทรกเตอร์
45. นาย ก.ใช้รถยนต์มาแล้วเป็นปีที่ 6 ประสงค์จะเสียภาษีรถประจำปีต้องใช้เอกสารใดในการชำระภาษีรถ
ก. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ, คู่มือจดทะเบียนรถ.
ข. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ.
ค. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน, คู่มือจดทะเบียนรถ.
ง. ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ, สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ
46. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก. รถของวัด.
ข. รถของมูลนิธิ.
ค. รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.
ง. รถของผู้บัญชาการทหารสูงสุด
47. ข้อใดไม่ใช่ "รถยนต์รับจ้างสาธารณะ"
ก. รถแท็กซี่.
ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล.
ค. รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ.
ง. รถสามล้อรับจ้างสาธารณะ
48. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก. รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด.
ข. รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.
ค. รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด.
ง. ทุกข้อถูกต้อง
49. เมื่อกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และได้รับคำสั่งผู้ตรวจการรถยนต์ให้ไปรายงานตัวผู้ขับรถจะต้องไปรายงานตัวต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 7 วัน.
ข. 3 วัน.
ค. 10 วัน.
ง. 15 วัน
50. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด.
ข. พูดคุยเสียงดังรบกวนผู้อื่น.
ค. ไม่ทำตนน่ารำคาญ.
ง. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
51. ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีความผิดอย่างไร
ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี.
ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.
ค. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท.
ง. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
52. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง.
ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล.
ค. รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ.
ง. รถตู้ส่วนบุคคล
53. ข้อใดถูกต้อง.
ก. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้.
ข. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้.
ค. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้.
ง. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
54. ข้อใดคือ "รถยนต์ส่วนบุคคล"
ก. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล.
ข. รถแท็กซี่.
ค. รถสามล้อรับจ้างสาธารณะ.
ง. รถยนต์ป้ายแดง
55. การต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (5 ปี) สามารถต่อก่อนล่วงหน้าได้เท่าใด
ก. 3 เดือน.
ข. 4 เดือน.
ค. 6 เดือน.
ง. 5 เดือน
56. กรณีใดผู้ขับรถยนต์สาธารณะสามารถปฎิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้
ก. ผู้โดยสารเป็นบุคคลวิกลจริต.
ข. ผู้โดยสารเมาสุรา.
ค. ผู้โดยสารนำทุเรียนส่งกลิ่นขึ้นมาบนรถ.
ง. ถูกทุกข้อ
57. กรณีเจ้าของรถมีภารกิจไม่สามารถมาดำเนินแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อใดถูกต้อง.
ก. มีความผิด ต้องชำระค่าปรับแจ้งย้ายเกินกำหนด.
ข. ไม่เสียค่าปรับ เนื่องจากจำเป็น.
ค. รถไม่สามารถแจ้งย้ายได้.
ง. ผิดทุกข้อ
58. รถที่ไม่เสียภาษีประจำปีภายในกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มเท่าใด
ก. ร้อยละ 1 ต่อเดือน.
ข. ร้อยละ 1 ต่อปี.
ค. ร้อยละ 10 ต่อเดือน.
ง. ร้อยละ 20 ต่อปี
59. นาย ก.นำรถจักรยานยนต์สาธารณะของตนเองรับส่งภรรยาไปตลาดได้หรือไม่อย่างไร
ก. ได้ เพราะภรรยานาย ก.เป็นคนในครอบครัว.
ข. ได้ เพราะรถจักรยานยนต์สาธารณะสามารถนำมาใช้กิจการส่วนตัวของเจ้าของรถได้.
ค. ไม่ได้ เพราะรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องนำมารับจ้างเท่านั้น.
ง. ไม่ได้ เพราะ รถจักรยานยนต์สาธารณะห้ามใช้ในกิจการส่วนบุคคลของเจ้าของรถ
60. ผู้ใดขับรถโดยใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุมีโทษอย่างไร
ก. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท.
ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.
ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.
ง. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
61. หากประสงค์จะย้ายรถ เจ้าของรถต้องแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 30 วัน.
ข. 7 วัน.
ค. 15 วัน.
ง. 60 วัน
62. เมื่อใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดต้องยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 20 วัน.
ข. 30 วัน.
ค. 15 วัน.
ง. 45 วัน
63. ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถมีโทษอย่างไร
ก. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.
ข. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท.
ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.
ง. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
64. นาย ก.เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว จะต้องไปดำเนินการที่ใด
ก. สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ทุกแห่ง.
ข. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น กรุงเทพมมหานคร.
ค. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง..
ง. ผิดทุกข้อ
65. หากประสงค์จะโอนรถเจ้าของรถต้องแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 60 วัน.
ข. 25 วัน.
ค. 30 วัน.
ง. 15 วัน
66. นายชาย พิการไม่มีนิ้วมือข้างซ้าย ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ เพราะ นายชายเป็นผู้มีร่างกายพิการ.
ข. ไม่ได้ เพราะ ขัดต่อระเบียบกรมการขนส่งทางบก..
ค. ได้ เพราะ หากนายชายมีบัตรผู้พิการ.
ง. ได้ เพราะ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
67. ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ก. ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร.
ข. อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์.
ค. มีประสบการณ์ในการขับรถมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี.
ง. ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์และใบอนุญาตขับรถยนต์
68. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด.
ข. ไม่เสพยาเสพติดให้โทษ.
ค. จอดรถตามความต้องการข้องผู้ดดยสาร.
ง. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
69. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก. รถของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต.
ข. รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู.
ค. รถของวัด.
ง. รถของมูลนิธิสายใจไทย
70. ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุมีความผิดอย่างไร
ก. ปรับไม่เกินห้าพันบาท.
ข. จำคุกไม่เกินสามเดือน.
ค. ปรับไม่เกินสองพันบาท.
ง. จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
71. ผู้ขับรถผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. ปฎิเสธผู้โดยสารในเส้นทางที่จราจรติดขัด.
ข. ไม่สูบบุหรี่.
ค. ใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแทนเมื่อใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะขาดอายุ.
ง. เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด
72. ประสงค์จดทะเบียนรถต้องยื่นคำขอที่ใด
ก. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง.
ข. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา.
ค. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก.
ง. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามสถานที่ตั้งที่จำหน่ายรถนั้น ๆ
73. ในขับรถผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด.
ข. ตักเตือนผู้โดยสารเมื่อแต่งกายไม่สุภาพ.
ค. ใส่เครื่องแบบพนักงานขับรถในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจประจำ.
ง. ไม่เสพสุราของมึนเมา
74. การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 30 วัน.
ข. 15 วัน.
ค. 25 วัน.
ง. 20 วัน
75. ข้อใดถูกต้อง.
ก. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้.
ข. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้.
ค. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้.
ง. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
76. กรณีถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน
ก. 30 วัน.
ข. 15 วัน.
ค. 45 วัน.
ง. 60 วัน
77. กรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน
ก. 45 วัน.
ข. 30 วัน.
ค. 15 วัน.
ง. 60 วัน
78. ผู้ตรวจการตาม พ.ร.บ. รถยนต์ คือใคร
ก. เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก.ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้ง.
ข. เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก.
ค. เจ้าหน้าที่ บริษัทขนส่ง.จำกัด.
ง. เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
79. ข้อใดถูกต้อง.
ก. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน.
ข. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน.
ค. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน.
ง. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
80. ผู้ขับรถกระทำผิดตามกฎหมายจราจรทางบกและได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจรต้องไปติดต่อชำระค่าปรับภายในกี่วัน
ก. 10 วัน.
ข. 7 วัน.
ค. 15 วัน.
ง. 30 วัน
81. หากประสงค์เปลี่ยนแปลงตัวถังรถต้องดำเนินการอย่างไร
ก. เปลี่ยนแปลงแล้ว จึงจะมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง.
ข. ขออนุญาตนายทะเบียน ตามภูมิลำเนาที่จดทะเบียนรถ.
ค. ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน.
ง. ไม่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงเพราะไม่ใช่สาระสำคัญของตัวรถ
82. ข้อใดถูกต้อง.
ก. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน.
ข. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน.
ค. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน.
ง. ถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
83. การเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 7 วัน.
ข. 10 วัน.
ค. 15 วัน.
ง. 20 วัน
84. รถที่นำมาใช้บนถนนต้องมีลักษณะอย่างไร
ก. รถที่โคมไฟหน้าไม่ติด.
ข. รถที่มีเสียงดัง.90 เดซิเบล A.
ค. รถที่มีควันดำ 55 เปอร์เซ็นต์.
ง. รถที่จดทะเบียนและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว
85. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด.
ข. พูดคุยเสียงดัง.
ค. ใส่เสื้อยืดขับรถ.
ง. ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี
86. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก. รถของวัด.
ข. รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด.
ค. รถของสภากาชาดไทย.
ง. รถของมูลนิธิเพื่อนพึ่งภายามยาก
87. หากประสงค์จะเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวเป็นประเภทส่วนบุคคลชนิด 5 ปี ข้อใดถูกต้อง
ก. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 30 วัน.
ข. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 60 วัน.
ค. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 1 เดือน.
ง. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 3 เดือน
88. ประกันภัยชนิดใดใช้ประกอบการต่ออายุภาษีประจำปี
ก. ประกันภัยชนิด 1.
ข. ประกันภัยชนิด 2.
ค. ประกันภัยชนิด 3.
ง. ประกันภัยชนิด คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

http://www.thaitestonline.com


www.thaitestonline.com ,ข้อสอบใบขับขี่ 2557 พร้อมเฉลย ,ทดลองข้อสอบใบขับขี่ 50 ข้อ ,แบบทดสอบใบขับขี่รถยนต์ปี2557 ,เฉลยสอบใบขับขี่ 50 ข้อ ,เฉลยข้อสอบใบขับขี่รถยนต์2557 ,ข้อสอบใบขับขี่ ,เฉลย ข้อสอบ ใบขับขี่ รถยนต์ ,การทำข้ออสอบใบขับขี่ ,การทําข้อสอบใบขับขี่ ,ใบขับขี่การบำรุงรักษา ,แนวข้อสอบใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 2557 ,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ ,ข้อสอบทำใบขับขี้รถยนต์ ,ข้อสอบใบขับขี่ 50 ข้อ ,ข้อสอบใบขับขี่ ,ข้อสอบใบขับขี่

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

http://www.thaitestonline.com

1. รถในข้อใดที่สามารถนำมาใช้ในทางเดินรถได้
ก. รถที่มีเสียงดังกว่าเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด
ข. รถที่มีสิ่งลากถูไปบนทางเดินรถ
ค. รถที่มีล้อไม่ใช่ยาง
ง. รถที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังในระดับ 80 เดซิเบล
 เฉลย 4
2. ผู้ขับขี่ต้องการจะเลี้ยวซ้ายต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายก่อนถึงทางเลี้ยวกี่เมตร
ก. ไม่น้อยกว่า 15 เมตร
ข. ไม่น้อยกว่า 20 เมตร
ค. ไม่น้อยกว่า 25 เมตร
ง. ไม่น้อยกว่า 30 เมตร
 เฉลย 4
3. ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย ยกเว้นกรณีใดสามารถเดินรถทางขวาหรือ ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถได้
ก. ไม่มีรถสวนทางมา
ข. ทางเดินรถกว้างมาก
ค. ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวาง
ง. ทางเดินรถมีน้ำท่วมขัง
 เฉลย 3
4. การหยุดรถบริเวณทางแยกผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดทับเส้นแนวหยุด
ข. หยุดหลังเส้นแนวหยุด
ค. หยุดเลยเส้นแนวหยุด
ง. หยุดเลยป้ายหยุด
 เฉลย 2
5. ในการขับรถสวนทางกัน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. แซงเข้าไปในช่องเดินรถประจำทางได้
ข. ให้ขับรถชิดด้านซ้าย
ค. ในทางที่มีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าไม่ต้องหยุดรอให้รถที่สวนมาผ่านไปได้
ง. ในทางแคบที่ไม่อาจสวนกันได้ ผู้ขับรถคันที่เล็กกว่า ต้องหยุดชิดด้านซ้ายให้รถคันที่ใหญ่กว่าไปก่อน
 เฉลย 2
6. การจอดรถต้องจอดให้ห่างจากขอบทางไม่เกินกี่เซนติเมตร
ก. ห่างไม่เกิน 35 เซนติเมตร
ข. ห่างไม่เกิน 30 เซนติเมตร
ค. ห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร
ง. ห่างไม่เกิน 40 เซนติเมตร
 เฉลย 3
7. ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นขณะที่มีหมอก ฝุ่น ฝน หรือควัน จนไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ เท่าใด
ก. 60 เมตร
ข. 90 เมตร
ค. 70 เมตร
ง. 80 เมตร
 เฉลย 1
8. การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
ข. เมื่อพบป้ายเตือนทางร่วมทางแยกให้ขับรถด้วยความเร็วปกติ
ค. หากไม่มีสัญญาณไฟจราจร ให้รถคันที่ใหญ่กว่าผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน
ง. เมื่อพบป้ายเตือนสัญญาณไฟบริเวณทางร่วมทางแยกให้ขับรถไปตามปกติ
 เฉลย 1
9. การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดง ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง
ข. ลดความเร็วของรถลงและผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง
ค. จอดรถด้วยความระมัดระวัง
ง. เพิ่มความเร็วของรถและผ่านทางเดินรถนั้นไปโดยเร็ว
 เฉลย 1
10. ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้าหรือไฟท้ายรถ ให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. 150 เมตร
ข. 100 เมตร
ค. 60 เมตร
ง. 120 เมตร
 เฉลย 1

http://www.thaitestonline.com


แนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์,แนวข้อสอบอาเซียน 2557,ข้อสอบใบขับขี่,แบบทดสอบใบขับขี่,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์พร้อมเฉลย 2557,แบบทดสอบป.5,แนวข้อสอบใบขับขี่จักรยานยนต์,ข้อสอบอาเซียนพร้อมเฉลย,ข้อสอบอาเซียน,สอบข้อเขียนใบขับขี่

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ThaiTestOnline.com : แนวข้อสอบการทำใบขับขี่ พร้อมเฉลย


แนะนำการดูแลรักษารถยนต์


1. ในช่วงรันอิน ขณะที่ขับรถไปได้ 1,600 กิโลเมตรแรก จำกัดความเร็วให้อยู่ต่ำกว่า 88 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเอาไว้ หรือความเร็วตามที่แนะนำสำหรับรถแต่ละรุ่น
2. หลีกเลี่ยงสิ่งของกระทบถูกรถ เพราะแม้แต่ลูกบอลพลาสติกเบา ๆ กระทบก็ทำให้เกิดรอยขนแมวได้
3. อย่าเร่งเครื่องเวลาสตาร์ททันที โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศข้างนอกหนาวเย็น ทางที่ดีควรเร่งความเร็วหลังผ่านไปประมาณสัก 10 - 20 นาที
4. พักเครื่องยนต์ด้วยการเลื่อนเกียร์ว่างให้อยู่ในตำแหน่งไฟสีแดง ไม่อย่างนั้นแม้จะไม่ได้ขับรถ ตัวเครื่องก็จะยังคงทำงานอยู่
5. พยายามไม่ขับรถเร็วจนเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนหรือเย็นจัด
6. หลีกเลี่ยงการหยุดรถกะทันหันที่จะทำให้ล้อสึกอย่างรวดเร็ว
7. เวลาหมุนพวงมาลัย ไม่ควรหักไปทิศทางใดจนสุด
8. หากรถติดอยู่ในพวกหลุมโคลนขนาดใหญ่จนเอาขึ้นมาลำบาก ควรเรียกช่างมาช่วยยกแทนที่จะพยายามเร่งเครื่องให้หลุดออกมา
9. การพ่วงของอื่น ๆ ไว้กับกุญแจรถด้วย จะทำให้กุญแจรถหนักขึ้น บวกกับเวลาที่ขับ แรงสั่นสะเทือนก็จะยิ่งทำให้ช่องที่เสียบกุญแจรถรับภาระหนักขึ้นอีก จนชิ้นส่วนภายในสึกหรอได้ เพราะฉะนั้นเลือกเอาเครื่องประดับเล็ก ๆ ชิ้นเบา ๆ มาใช้ก็พอแล้ว
10. หมั่นสังเกตหรือถ้าจะให้ดีก็ควรจดเอาไว้ด้วยว่าวัน ๆ น้ำมันของคุณหมดไปเท่าไหร่ และวันนี้ขับไปเป็นระยะทางเท่าไหร่ ถ้าน้ำมันหดหายจนผิดสังเกต จะได้ตามช่างมาดูสิ่งผิดปกติได้ทัน
11. อย่าทิ้งรถไว้เฉย ๆ นานเกินไปจนเครื่องยนต์สึกกร่อนเสียหาย โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ต้องถูกดึงไฟมาใช้อยู่เรื่อย ๆ แม้จะไม่ใช้ เพราะฉะนั้นคุณจึงควรสตาร์ทรถวอร์มเครื่องบ้าง
12. ใช้ขาตั้งยกรถเป็นตัวค้ำเวลาจอด รถจะได้ไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป
13. จอดรถในที่ร่ม เพื่อไม่ให้รถร้อน หรือจะเลือกใช้รถเป็นสีที่คายความร้อนเช่นสีสว่างเป็นมันเงาดูก็ได้
14. ทำความสะอาดแผงหน้าปัดด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด และหมั่นดูดฝุ่นในรถเสมอ
15. เคลือบเบาะหนังเพื่อให้รถดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ
16. แก้ปัญหาไฟท้ายมีร่องรอยด้วยการเอาเทปซึ่งขายในร้านอุปกรณ์สำหรับรถมาติด ก่อนที่น้ำจากฝนจะรั่วซึมเข้ามาติดอยู่ภายใน
17. ต่อให้เป็นรถที่ทนทานขนาดไหนก็ไม่ควรบรรทุกของหนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็นที่ท้ายรถหรือมัดไว้บนหลังคาก็ตาม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรจุไม่เกิน 90 กิโลกรัม
18. มองหาผ้ามาคลุมรถทุกครั้งตอนที่เก็บในโรงรถเพื่อรักษาสีให้ดูใหม่นาน ๆ
19. สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้รถบรรทุกของไปด้วย ควรใช้ผ้าหนา ๆ ปูสักชั้นก่อนใส่ของลงไปด้วย จะได้ไม่ขูดขีดโดนรถจนเป็นรอย
20. เคลือบแว็กซ์อีกชั้นเพื่อถนอมสีรถให้ติดทนนานยิ่งขึ้น รวมทั้งกันรอยขูดขีดด้วย
21. ตอนที่เติมลมยางรถ ลองสังเกตดูสิว่ามีความชื้นออกมาจากตัวปั๊มลมด้วยรึเปล่า ถ้ามีก็หยุดซะ เพราะหากมีความชื้นเข้าไปฝังตัวด้านในจะทำให้ล้อเสียหายได้
22. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดล้อที่เหมาะสม และพยายามขยันใช้เป็นประจำ เพราะล้อต้องเจอสิ่งสกปรกบ่อยกว่าส่วนอื่น ๆ
23. หยอดน้ำมันหล่อลื่นลงน๊อตล้อเพื่อกันความฝืดเคือง ให้เครื่องทำงานได้สะดวกมากขึ้น
24. ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกนั้นค่อนข้างไม่ถูกกับความชื้นเป็นพิเศษ มันจึงควรถูกเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง และควนตรวจเช็คอย่างน้อยทุก ๆ 3 ปี
25. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อย ๆ คราบตกตะกอนจะได้ไม่ฝังอยู่ภายใน
26. คุณต้องทำความสะอาดฝาถังน้ำมันบางเช่นกัน เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกอุดตันอยู่ภายใน
27. ตรวจเช็คแบตเตอรี่เป็นประจำ ถ้ามีรอยแตกร้าวควรเปลี่ยนทันที และควรทำความสะอาดด้วย
28. เปลี่ยนหัวเทียนเมื่อคุณขับรถไปได้ 48,000 - 64,000 กิโลเมตร
29. ใช้น้ำสะอาดเติมลงหม้อน้ำรถยนต์เท่านั้น เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไปสะสม โดยผสมน้ำยาหล่อเย็นและน้ำเปล่าในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
30. ปูผ้าขนหนูไว้บนเบาะก่อนเอาที่นั่งเด็กมาวางทับ เพื่อกันรอยขีดข่วน
31. กระปุกเก็บน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ต้องมีน้ำมันอยู่ในระดับพอดี และฝาปิดสนิทก่อนสตาร์ทเครื่องด้วย ไม่อย่างนั้นหากเจอความร้อนหลังเครื่องทำงานเข้าไป อาจยิ่งเพิ่มความดันจนทำให้น้ำมันล้นออกมาได้
32. ควรเปลี่ยนสายพานราวลิ้นตามระยะเวลาที่แนะนำในคู่มือ
33. หมั่นตรวจน้ำกลั่นแบตเตอรี่ไม่ให้อยู่ต่ำกว่าระดับที่ควร
34. ถอดก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาเช็ดทำความสะอาดบ้าง
35. ตรวจเช็ควาล์ว PCV หรือ Positive Crankcase Ventilation และเปลี่ยนหลังขับรถไปเป็นระยะทาง 48,000 กิโลเมตร
36.เมื่อนำรถจอดตากแดดเป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์ออกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำยาแอร์ (เปิดสวิตซ์ A/C) 
37. ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดข้ามคืน ควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจาก อลูมิเนียม จะเกิดการผุกร่อนได้ง่าย และจะทำให้ตู้แอร์ลดการเหม็นอับอีกด้วย 
38. จงจำไว้เสมอว่า ระบบแอร์ เป็น "ระบบปิด" ดังนั้นเมื่อรถคุณเติมน้ำยาแอร์บ่อยๆ แสดงว่า เกิดการรั่วของระบบแอร์ในรถของคุณแล้ว 
39. ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อย เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอก เข้ามาอุดตันในตู้แอร์ ได้เร็วยิ่งขึ้น 
40. เมื่อแอร์ไม่เย็น(กรณีเปิดน้ำยาแอร์แล้ว,เปิดสวิตซ์ A/C แล้ว) แต่ยังไม่เย็น ให้รีบปิด น้ำยาแอร์หรือ สวิตซ์ A/C ทันที เพราะอย่างน้อยๆ ถ้าเกิดการรั่วในระบบ น้ำยาแอร์และ น้ำมันคอมเพรสเซอร์จะมีน้อยมากในระบบ จะทำให้คอมเพรสเซอร์พังมากขึ้นกว่าเดิม แล้วควรนำรถไปเช็คให้เร็วที่สุด แต่กรณีนี้ใช้ลมเปล่าก่อนก็ได้ 
41. ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี หรือถ้าใครเปิดกระจกขับรถบ่อย ให้ล้างทุกๆ ปี หรือตามเห็นสมควร 
42. เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์น้อยที่สุด 

ที่มา กระปุกดอจคอม

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2557

ข้อสอบใบขับขี่ของจริง หมวด ป้ายเตือน

http://www.thaitestonline.com

1. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ผู้ขับขี่บนทางหลักเตรียมตัวออกทางขนาน ผู้ขับขี่บนทางขนานระวังรถที่จะมาร่วมในทิศทางเดียวกัน
ข. ผู้ขับรถในทางหลัก เตรียมเข้าทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย
ค. ผู้ขับรถในทางหลักเตรียมออกทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย
ง. ขับรถในทางหลักเตรียมออกทางคดเคี้ยวเริ่มขวา
 เฉลย 1
2. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ข. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีรถไฟผ่าน
ค. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าสำรวจทาง
ง. ควรขับรถให้ช้าลง
 เฉลย 4
3. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร

ก. ทางข้างหน้าจะเป็นทางแยก มีวงเวียน
ข. ทางข้างหน้าเป็นทางแยก
ค. ทางข้างหน้าเป็นทางแคบลง
ง. ทางข้างหน้ามีทางเอกตัดกัน
 เฉลย 1
4. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง เตือนรถกระโดด
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นแอ่ง
ค. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นแอ่ง
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางขึ้นลาดชัน
 เฉลย 2
5. เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร

ก. ผิวทางขรุขระ
ข. สะพานเปิดได้
ค. เตือนรถกระโดด
ง. ทางเป็นแอ่ง
 เฉลย 2
6. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตราย ทางข้างหน้าอาจมีวัสดุผิวทางหลุดกระเด็น
ข. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ระวังหินร่วง
ค. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางลื่น
ง. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางคดเคี้ยว
 เฉลย 1
7. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวา
ข. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางขวา
ค. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางโทแยกทางโททางขวา
ง. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางซ้าย
 เฉลย 1
8. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง ทางแคบด้านซ้าย
ข. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง ทางแคบด้านขวา
ค. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง ทางลงลาดชัน
ง. ขับรถชิดไปด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
 เฉลย 4
9. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางซ้าย
ข. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางโทตัดกับทางโทรูปตัวที
ค. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางเอกตัดกันรูปตัวที
ง. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางเอกตัดกันรูปตัววาย ( Y )
 เฉลย 1
10. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร

ก. ช่องจราจรปิดด้านซ้าย
ข. ช่องจราจรปิดด้านขวา
ค. ช่องจราจรปิดทั้งสองด้าน
ง. ช่องจราจรลดลงด้านซ้าย
 เฉลย 1

http://www.thaitestonline.com


ข้อสอบใบขับขี่ 2557,แนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์,ข้อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่จักรยานยนต์ 2557,แบบทดสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่ 2557,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์,ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่,เฉลยข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่จักรยานยนต์,แนวข้อสอบใบขับขี่แบบใหม่

ข้อสอบใบขับขี่ของจริง หมวด ป้ายเตือน

ข้อสอบใบขับขี่ของจริง หมวด ป้ายเตือน

http://www.thaitestonline.com

1. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร

ก. ไม่ออกทางขนาน
ข. เปลี่ยนช่องเดินรถตามสัญลักษณ์ในป้าย
ค. ไม่เปลี่ยนช่องทางจราจร
ง. ให้ออกทางขนาน
 เฉลย 2
2. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางขึ้นลาดชัน
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าต้องใช้ทางเบี่ยงด้านขวา
ค. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางลงลาดชัน
ง. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีสะพานแคบ
 เฉลย 2
3. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวา
ข. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางขวา
ค. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางโทแยกทางโททางขวา
ง. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางซ้าย
 เฉลย 1
4. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทางซ้าย
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง
ค. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งรัศมีแคบไปทางขวา
ง. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทางขวา
 เฉลย 2
5. เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร

ก. ผิวทางขรุขระ
ข. สะพานเปิดได้
ค. เตือนรถกระโดด
ง. ทางเป็นแอ่ง
 เฉลย 2
6. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ให้ขับรถด้วยความเร็ว เพื่อเข้าโค้งจะได้ไม่เสียการทรงตัว
ข. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทางซ้าย
ค. ให้ขับรถช้าลง และให้ขับรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
ง. ขับรถให้ช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งรัศมีแคบไปทางขวา
 เฉลย 4
7. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร

ก. ทางเอกตัดกันรูปตัววาย
ข. ทางเอกตัดกันรูปตัวที
ค. ทางเอกตัดทางโทรูปตัววาย
ง. ทางโทแยกทางเอกเยื้องกัน เริ่มซ้าย
 เฉลย 4
8. เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร

ก. ทางแคบลงด้านขวา
ข. ทางโค้งซ้าย
ค. ทางแคบลงด้านซ้าย
ง. ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่านทั้งสองด้าน
 เฉลย 4
9. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ผู้ขับขี่บนทางหลักเตรียมตัวออกทางขนาน ผู้ขับขี่บนทางขนานระวังรถที่จะมาร่วมในทิศทางเดียวกัน
ข. ผู้ขับรถในทางหลัก เตรียมเข้าทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย
ค. ผู้ขับรถในทางหลักเตรียมออกทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย
ง. ขับรถในทางหลักเตรียมออกทางคดเคี้ยวเริ่มขวา
 เฉลย 1
10. เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง รถมีขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ให้ผ่านไปได้
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ากว้างเกิน 2.50 เมตร
ค. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าลอดต่ำกว่า 2.50 เมตร
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าสูงกว่า 2.50 เมตร
 เฉลย 1

http://www.thaitestonline.com


ข้อสอบใบขับขี่ 2557,แนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์,ข้อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่จักรยานยนต์ 2557,แบบทดสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่ 2557,ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2557,ข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์,ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่,เฉลยข้อสอบใบขับขี่,แนวข้อสอบใบขับขี่จักรยานยนต์,แนวข้อสอบใบขับขี่แบบใหม่